เตรียมตัวขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอย่างมืออาชีพ

มันก็จะเขิน ๆ หน่อยเวลาทำอะไรเป็นครั้งแรก การขึ้นเครื่องบินก็เช่นกัน เพื่อความมั่นใจเราเลยจะมาบอกเคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทำยังไงให้ไม่โป๊ะ ไม่พลาด ไม่พัง

 

  1. หาข้อมูลการเดินทางไปสนามบิน

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินแล้ว ให้เริ่มจากการหาข้อมูลของสนามบินก่อน เที่ยวบินไปต่างประเทศส่วนใหญ่จะต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศหรือที่ไปประเทศใกล้ ๆ จะขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง ควรศึกษาเส้นทางจากที่พักถึงสนามบิน วิธีการเดินทางแบบต่าง ๆ เช่น แท็กซี่ รถเมล์บริการของสนามบิน (Airport BUS) หรือไปรถไฟฟ้าต่อแอร์พอร์ตลิงค์ ควรเผื่อเวลาล่วงหน้า 2-3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ไปถึงสนามบินเร็ว ก็มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ไม่ตกเครื่องแน่นอน

 

  1. ตรวจสอบเวลาเดินทาง

ในใบรายละเอียดการเดินทาง (Itinerary ) หรือตั๋วเครื่องบิน จะมีระบุเวลาขึ้นเครื่องและเวลาเดินทางบอกไว้ เช่น Boarding Time คือเวลาที่ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง Departure Time คือ เวลาที่เครื่องออก ซึ่งจะอยู่หลัง Boarding Time ไม่เกินครึ่งชั่วโมง Departing เวลาที่เครื่องออกจากสนามบินต้นทาง และ Arriving คือเวลาที่เครื่องถึงสนามบินปลายทาง ส่วนที่สำคัญสำหรับผู้โดยสารมือใหม่หัดขึ้นเครื่องบิน คือ Boarding Time เป็นเวลาที่เราจะต้องไปถึงหน้าประตูเครื่องบิน พร้อมที่จะก้าวขึ้นเครื่องแล้ว หากพ้นเวลานี้ไป มีแนวโน้มว่าจะตกเครื่องแน่นอน ดังนั้นอย่าให้พลาดเด็ดขาด

 

  1. ขั้นตอนการเช็คอินและตรวจสอบเอกสาร

เมื่อไปถึงสนามบินแล้วจะมีขั้นตอนหลัก ๆ 4 ขั้นตอนก่อนถึงประตูเครื่อง คือ

  1.  

3.1 การเช็คอินและโหลดกระเป๋า เมื่อไปถึงแล้วให้ดูที่จอดิจิตอลที่สนามบิน ซึ่งจะแสดงเลขเที่ยวบิน สายการบิน และเวลาเดินทางไว้ (ดูได้จากใบรายละเอียดการเดินทาง) พร้อมระบุหมายเลขเค้าเตอร์สำหรับเช็คอิน ให้เดินไปที่เค้าเตอร์ได้ทันที เมื่อเที่ยวบินของเราเปิดให้เช็คอินและโหลดกระเป๋าแล้ว ให้นำบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต(กรณีไปต่างประเทศ) และใบรายละเอียดการเดินทางยื่นให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบชื่อนามสกุล น้ำหนักและจำนวนสัมภาระที่จะโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องและถือขึ้นเครื่อง เสร็จแล้วเราจะได้รับบอร์ดดิ้งพาส(Boarding Pass) และใบตม. (สำหรับคนที่เดินทางออกนอกประเทศให้กรอกข้อมูลในใบตม.ให้เรียบร้อยก่อน) ตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้อง แล้วไปจุดต่อไปได้ทันที

3.2 การสแกนสัมภาระ เดินไปยังช่องทางสำหรับผู้โดยสารขาออก เมื่อมาถึงจุดตรวจให้แสดงพาสปอร์ตและบอร์ดดิ้งพาสกับเจ้าหน้าที่ วางกระเป๋าหรือสัมภาระทั้งหมดลงในถาดที่จัดไว้ ถ้าเป็นเข็มขัด นาฬิกาโลหะ รองเท้าผ้าใบหรือบูท เจ้าหน้าที่จะขอให้ถอดด้วยเช่นกัน และห้ามนำน้ำดื่มเข้าไปข้างในโดยเด็ดขาด หากมีคนมาส่งจะมาได้ถึงก่อนเข้าสู่จุดนี้เท่านั้น หลังจากนั้นเดินผ่านเครื่องสแกน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รับของคืนและไปจุดต่อไปได้ทันที (ถ้าเป็นเที่ยวบินไปต่างประเทศ จะต้องเข้าไปตรวจสอบหนังสือเดินทางก่อน จึงจะมาสแกนสัมภาระทีหลัง)

3.3 ตรวจสอบหนังสือเดินทาง หากเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ หลังจากเช็คอินตามข้อ 1 แล้ว ให้มองหาป้ายตรวจหนังสือเดินทางPassport Control) เมื่อถึงจุดตรวจ ให้ยื่นพาสปอร์ตและใบตม.ที่กรอกแล้วให้กับเจ้าหน้าที่ จุดนี้จะมีการแบ่งช่องสำหรับคนไทยและชาวต่าวชาติ ให้เลือกเข้าช่องสำหรับคนไทย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบตามขั้นตอน เมื่อผ่านขั้นตอนแล้วก็เข้าสู่การสแกนสัมภาระและเข้าสู่เกตเพื่อไปขึ้นเครื่องได้เลย​​​​​​​

3.4 เกต (Gate) เป็นจุดสำหรับรอขึ้นเครื่อง เมื่อมาถึงจุดนี้ควรตรวจสอบเวลาขึ้นเครื่องทันที และดูเกตที่เราจะต้องขึ้นเครื่องบนบอร์ดดิ้งพาสหรือจอดิจิตอลที่อยู่ด้านใน บางเกตจะอยู่ไกลจากจุดที่เราเดินเข้าไปมาก (โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ) จึงควรมองหาเส้นทางจากป้ายบอกทางและเดินไปให้ถึงจุดนั้นเสียก่อน โดยเฉพาะถ้าเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง (จากเวลา boarding Time) ควรเดินไปนั่งรอที่เกตในทันที

 

  1. การขึ้นเครื่องบิน

เมื่อไปถึงเกต ให้นั่งรอที่เก้าอี้ซึ่งจัดไว้ให้ ก่อนเวลาขึ้นเครื่องเจ้าหน้าที่จะทยอยเรียกผู้โดยสารประเภทต่าง ๆ ขึ้น เครื่องตามลำดับ (ควรแวะเข้าห้องน้ำที่จุดนี้ก่อนขึ้นเครื่อง) เตรียมพาสปอร์ตและบอร์ดดิ้งพาสเพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูอีกครั้ง แล้วจึงเดินทางเข้าสู่ตัวเครื่อง โดยปกติแล้วจะสามารถเดินเข้าสู่ตัวเครื่องได้ทันที แต่บางกรณีอาจจะต้องนั่งรสบัสเพื่อไปยังตัวเครื่องบิน จึงควรเตรียมสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องให้พร้อมที่จะเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกด้วย

 

  1. ที่นั่งบนเครื่องบิน

ต้องนั่งตามเลขที่ที่ปรากฏบนบอร์ดดิ้งพาส และนำของที่ติดตัวมาใส่ไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะ ส่วนของมีค่าให้พกติดตัวไว้ หากมีปัญหาเรื่องที่นั่ง ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ (แอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต) และไม่ควรนั่งที่ที่ไม่ใช่ของตนเอง

 

  1. ก่อนเครื่องขึ้นบิน

เมื่อได้ที่นั่งแล้วให้รัดเข็มขัดให้เรียบร้อย และอย่าลืมดูการสาธิตอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่สาธิตให้ดู (โดยปกติตามที่นั่งจะมีแบบแผ่นพับให้อ่านได้ด้วยเช่นกัน) ปิดโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรเปิดใช้ระหว่างเดินทาง

 

  1. ระหว่างบิน

เมื่อเครื่องขึ้นบินได้ระดับแล้ว ไฟสัญญาณสีเขียวจะสว่าง สามารถลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำตามจุดต่าง ๆ บนเครื่องได้ และเมื่อนั่งอยู่กับที่ควรคาดเข็มขัดเสมอเพื่อความปลอดภัย บางสายการบิน ที่พนักของที่นั่งด้านหน้าจะมีจอที่สามารถเล่นเกมส์ ฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือถ้าต้องการอ่านหนังสือ ก็จะมีไฟสำหรับอ่านหนังสืออยู่เหนือศรีษะ สามารถกดใช้ได้เช่นกัน และหากต้องการสั่งอาหาร น้ำ หรือขนม สามารถกดเรียกและชำระค่าสินค้าที่เจ้าหน้าที่ได้เลย หากเป็นการบินไปต่างประเทศ เมื่อใกล้ถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่จะนำใบตม.ขาเข้าของประเทศนั้นมาให้ ควรกรอกให้เรียบร้อยก่อนลงจากเครื่องด้วย

 

  1. ถึงที่หมาย

หยิบสัมภาระต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ระวังไม่ให้กีดขวางทางเดิน เมื่อออกจากตัวเครื่องแล้วให้เดินไปตามทาง หากเป็นเที่ยวบินในประเทศจะสามารถไปที่สายพานเพื่อรับกระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องได้เลย แต่ถ้าเป็นเที่ยวบินต่างประเทศ จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ ก่อน ให้เลือกเข้าช่องสำหรับ Visitor (สำหรับชาวต่างชาติ) แสดงบอร์ดดิ้งพาส พาสปอร์ตและใบตม.ซึ่งกรอกข้อมูลแล้วให้เจ้าหน้าที่ ตอบคำถามต่าง ๆ เมื่อเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ประทับตราในพาสปอร์ตและเข้าสู่ภายในสนามบินได้เลย

 

  1. การรับกระเป๋า

ณ จุดสายพาน จะมีป้ายดิจิตอลบอกว่าสายการบินและเที่ยวบินไหน ให้รับสัมภาระที่สายพานหมายเลขอะไร ให้เดินไปที่หมายเลขนั้นและรอรับกระเป๋าได้ทันที หากมีของเยอะ สามารถใช้บริการรถเข็นได้ฟรี เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถออกจากสนามบินได้เลย

ในกรณีที่เกิดความเสียหายระหว่างการบิน เช่นมีการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนเครื่อง สัมภาระแตกหัก สูญหาย เครื่องบินดีเลย์ไปถึงไม่ตรงตามกำหนด ก็สามารถเคลมค่าเสียหายและค่าชดเชยกับประกันเดินทางได้ทันที แต่ที่สำคัญ อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขให้เหมาะกับตัวเองก่อนซื้อเสมอ เพื่อการเดินทางแบบสบายใจ ไร้กังวล

บทความที่คุณอาจสนใจ

ไม่ชิมจะเสียใจ! 10 เมนูขึ้นชื่อของอิตาลี รสอร่อย สไตล์อิตาลีแท้ๆ
5 หมู่บ้านสไตล์ยุโรป  ทิวทัศน์สวยงาม ควรค่าแก่การไปเยือน
ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊