เทคนิคการแพ็คกระเป๋าอย่างนักเดินทางชั้นเซียน

เทคนิคการแพ็คกระเป๋าอย่างนักเดินทางชั้นเซียน

เวลาใครจะเดินทางไปต่างประเทศ ปัญหาน่าปวดหัวอย่างแรกที่มักจะเจอกันบ่อย ๆ ก็คือ จะแพ็คกระเป๋ายังไง ให้ใส่ของไปได้หมดในใบเดียว แบบมีครบทุกอย่างที่ต้องการ หาง่าย ของไม่เยิน ไม่พังระหว่างทาง วันนี้ก็เลยหยิบเอาเทคนิคง่าย ๆ ในการแพ็คกระเป๋าเดินทางมาฝากกัน

 

  1. เลือกขนาดให้พอดี

กระเป๋าเดินทางที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เกิดช่องว่าง สัมภาระข้างในจะเคลื่อนที่ระหว่างการขนย้าย อาจเกิดการกระแทกทำให้ของเสียหายได้ จึงไม่ควรเลือกกระเป๋าที่ใบใหญ่จนเกินไป ถ้าจำเป็นต้องเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับใส่ของฝากขากลับ อาจใช้วิธีคลี่สิ่งของต่าง ๆ ออก ไม่ต้องพับ ม้วนหรือกดให้แน่นมากเกิน แล้วค่อยใช้วิธีต่าง ๆ ในข้อต่อไปช่วยกระชับพื้นที่ยิ่งขึ้นตอนขากลับก็ได้

 

  1. เติมทุกช่องว่างให้เต็ม

หลักง่าย ๆ คือของสิ่งไหนที่มีช่องว่าง หรือมีความพองกลวง ให้หาของนุ่ม ๆ มาใส่รองไว้ด้านใน ช่วยประคองทรงเอาไว้ จะช่วยรักษาสภาพได้ดีขึ้น และเป็นการจัดหมวดหมู่ไปด้วยในตัว เช่น รองเท้า ให้เอาถุงเท้าที่จับคู่ไว้แล้ว มาม้วนใส่ลงไปแทนกระดาษหนังสือพิมพ์จนเต็ม หรือจะเป็นพวกขวดสเปรย์ดับกลิ่นเล็ก ๆ ก็ได้เหมือนกัน จากนั้น เอาหมวกอาบน้ำ (เรารู้ว่าคุณมีที่แอบหยิบมาจากทริปก่อนเก็บไว้) มาห่อส่วนพื้นไว้กันกระเป๋าเปื้อนเป็นอันจบ ถ้าเป็นชุดชั้นใน (บรา) ให้แผ่ออกวางซ้อน ๆ กันเป็นชั้น เสร็จแล้วเอากางเกงในที่พับเสร็จแล้ววางลงในเต้า แล้วพับให้สองข้างประกบเอาสายม้วนเข้าหากัน เอาใส่ถุงเท่านี้ก็เรียบร้อยสวยงาม

 

  1. ม้วนดีกว่าพับ

สำหรับคนที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างเดินทางเยอะ ๆ วิธีที่จะช่วยให้จุเสื้อผ้าได้มากที่สุดคือการม้วนเสื้อทีละตัวแล้วค่อย ๆ จัดเรียงลงในกระเป๋า วิธีนี้ทำให้เกิดรอยยับน้อยกว่าการพับและใช้พื้นที่น้อยกว่าการพับอีกด้วย แต่ถ้าหากเป็นเสื้อผ้าซักแห้ง ให้พับไปทั้งที่ใส่ถุงซักแห้งอยู่ แล้ววางไว้ส่วนบน ๆ ของกระเป๋า จะช่วยลดการเกิดรอยยับลงได้

 

  1. ใช้กล่องให้เป็นประโยชน์

กล่องใส่ยาหรือกล่องใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งแบบฝาล็อคหรือฝาเกลียว สามารถเอามาประยุกต์ใส่เครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ ได้ หรือจะใช้แบ่งยาสีฟันหรือครีมต่าง ๆ จากกระปุกใหญ่ก็ได้เหมือนกัน เก็บง่าย ปลอดภัยดี และประหยัดพื้นที่ดีด้วย

 

  1. ปกป้องของแตกหักง่าย

ถ้าจำเป็นจะต้องเดินทางพร้อมภาระที่มีความเสี่ยงจะแตกหักง่าย และต้องโหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่อง แนะนำให้ห่อหุ้มให้แน่นหนาก่อนใส่ลงในกระเป๋า ถ้าเป็นขวดเล็ก ๆ เช่น น้ำหอม อาจใช้ถุงเท้าสะอาดหรือผ้าขนหนูผืนเล็กห่อไว้ก่อนใส่ถุงพลาสติกแล้ววางไว้ระหว่างเสื้อผ้านุ่ม ๆ หรืออาจเตรียมพลาสติกกันกระแทกมาห่อหนา ๆ ก่อนก็ได้เหมือนกัน

 

  1. แยกของใช้ในห้องน้ำออกต่างหาก

ยาสีฟัน แปรงสีฟัน โฟมล้างหน้า น้ำยาล้างคอนแท็คเลนส์ สบู่ หรือแม้แต่ครีมสำหรับแต่งหน้าต่าง ๆ (แนะนำให้ใช้แบบ all-in-one จะได้ไม่ต้องพกเยอะ) ทุกอย่างควรใส่ในภาชนะพลาสติกที่แข็งแรง แล้วรวบรวมใส่ไว้ในซองหรือถุงเดียวกัน ถ้าเป็นแบบกันน้ำหรือซิปล็อคได้จะดีมากเพื่อป้องกันการรั่วออกมาทำให้ข้าวของอื่น ๆ เสียหาย แล้ววางไว้ที่ด้านมุมของกระเป๋าใกล้กับซิปเปิด หยิบใช้ง่ายหากจำเป็นต้องใช้ตอนต่อเครื่องที่สนามบินหรือระหว่างเดินทาง

 

  1. ยืดอกพกถุง

ฮั่นแน่ะ อย่าพึ่งคิดไกล แค่จะแนะนำว่าให้พกถุงพลาสติกแบบมีซิปล็อคหลาย ๆ ขนาดติดกระเป๋าไว้ด้วย เพื่อจำเป็นจะต้องแยกของออกจากกัน จะได้จัดของได้ง่ายขึ้นและดูเป็นระเบียบ หรือเผื่อกรณีต้องพกของเหลวขึ้นเครื่องบิน จะได้หยิบออกมาใช้ได้ง่ายไม่ต้องไปหาเอาดาบหน้า สะดวกกับชีวิตดี

 

  1. ทำเครื่องหมาย

หลายคนอาจะเคยเจอปัญหาจำกระเป๋าผิด หรือหากระเป๋าไม่เจอกันมาบ้างแล้ว แนะนำวิธีแก้โดยหาซื้อป้ายแท็กที่เราสามารถเขียนชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ไว้บนนั้นได้ แล้วห้อยใส่กระเป๋าไว้ในที่สะดุดตา หากมีหลายใบ ให้ใช้แบบและสีเหมือน ๆ กัน และเขียนจำนวนไว้ เช่น 1/5 ใบที่ 1 จาก 5 ใบ เป็นต้น หรือถ้ามีกระเป๋าคนละใบแต่ไปกันหลายคน อาจใช้วิธีหาเศษผ้าสีสด ๆ มาผูกไว้ก็ได้ จะได้ช่วยกันหาและหยิบง่าย ป้องกันการสูญหายหรือหยิบสลับได้ดีทีเดียว

 

  1. แยกของมีค่า

การเดินทางด้วยเครื่องบิน เราได้รับอนุญาตให้พกของใส่กระเป๋าขนาดเล็กขึ้นเครื่องได้ (ส่วนใหญ่อนุญาตที่น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม) รวมถึงกระเป๋าโน้ตบุ๊คหรือกระเป๋ากล้องด้วย ดังนั้นควรแยกของมีค่าเหล่านี้ออกถือขึ้นเครื่องต่างหาก แล้วใส่ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะหรือถ้าน้ำหนักเยอะ ยกไม่ไหวก็ให้วางไว้ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารด้านหน้า อย่านำใส่กระเป๋าเดินทางแล้วโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเด็ดขาด มีความเสี่ยงที่จะสูญหายหรือชำรุดสูงมาก

 

สุดท้าย นอกจากจะต้องเตรียมตัวแพ็คกระเป๋าเป็นอย่างดีแล้ว ควรซื้อประกันเดินทางที่มีการคุ้มครองทรัพย์สินติดตัวไปด้วย เพราะถ้าหากเตรียมตัวไปอย่างดีแล้ว แต่ยังเกิดความเสียหายกับสัมภาระที่อุตส่าห์ทะนุถนอมมาจะได้มีคนช่วยดูแลและชดเชยค่าเสียหายให้ ช้ำใจน้อยลงและอุ่นใจมากขึ้นด้วยนะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

ไม่ชิมจะเสียใจ! 10 เมนูขึ้นชื่อของอิตาลี รสอร่อย สไตล์อิตาลีแท้ๆ
5 หมู่บ้านสไตล์ยุโรป  ทิวทัศน์สวยงาม ควรค่าแก่การไปเยือน
ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊