เที่ยวง่ายสบายใจ กับ 5 ประเทศน่าไป คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า

ในโลกนี้มีประเทศต่าง ๆ ถึง 29 ประเทศด้วยกันที่คนไทยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งประเทศที่ฮอตฮิตในบ้านเรา อย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน วันนี้ gettgo เลยจะมาแนะนำอีก 5 ประเทศที่น่าสนใจ เผื่อใครจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวประเทศใหม่ ๆ แบบไม่โหลกันบ้าง

 

รัสเซีย (อยู่ได้ 30 วัน)

ดินแดนหมีขาว อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากไทยมากนัก (อย่างน้อยก็ยังเป็นเพื่อนบ้านเอเชียเหมือนกัน) ไปที่นี่แล้วต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมเมืองหลวงสำคัญอย่างมอสโก และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์อย่างพระราชวังเครมลิน สัญลักษณ์และหัวใจสำคัญของรัสเซีย ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งรวมสมบัติล้ำค่าที่หาชมได้ยากของทั้งประเทศไว้ในที่เดียว หรือจะเป็นมหาวิหารเซนท์เบซิล โบสท์รูปทรงแปลกตา สีสันสดใสเหมือนขนมหวาน ที่ดูสวยงามไม่ว่าจะหน้าร้อนหรือหน้าหนาวที่มีหิมะปกคลุม รวมถึงทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เก่าแก่และลึกที่สุดในโลก มรดกโลกสำคัญด้านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของโลก ทั้งหมดนี้เป็นจุด Check Point สุดโรแมนติกกับรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ที่เดินทางง่ายและสะดวกสบายมาก ๆ

 

มองโกเลีย (อยู่ได้ 30 วัน)

ใครที่ดูหนังจีนบ่อย ๆ น่าจะคุ้นเคยกับภาพทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ผู้คนบนหลังม้าในชุดขนสัตว์ที่หน้าตาละม้ายคล้ายเพื่อนบ้านคนจีนอยู่ไม่น้อย สาธารณะรัฐมองโกเลียเป็นดินแดนกว้างใหญ่ที่มีประชากรไม่หนาแน่น ทำให้ยังคงบรรยากาศเก่า ๆ ไว้ได้ดีมาก ทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลทรายโกบี 1 ใน 5 ทะเลทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกโอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าสเต็ป เป็นสิ่งที่คนเมืองอย่างเรา ๆ ควรออกไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง ไปใช้ชีวิตกับชาวบ้านท้องถิ่นแบบถึงแก่นด้วยการค้างคืนในเกอหรือกระโจมแบบมองโกเลีย และแวะเยี่ยมเทือกเขาอัลไต ภูเขาที่สูงที่สุดของไซบีเรียตอนใต้ ที่ที่ความงามของเทือกเขาสูงใหญ่และทิวทัศน์สุดอลังการครอบคลุมพื้นที่ชายแดนของสี่ประเทศจะตราตรึงแบบไม่มีวันลืม

 

อาร์เจนตินา (อยู่ได้ 90 วัน)

บัวโนสไอเรสเป็นเมืองหลวงสำคัญของประเทศนี้ที่เต็มไปด้วยสีสันที่สวยงามของสถาปัตยกรรมแบบยุโรป แหล่งช้อปปิ้งมากมาย อาหารถิ่นที่หลากหลาย และชีวิตกลางคืนที่น่าตื่นเต้น ยังไม่รวมถึงการเต้นแทงโก้อันเลื่องชื่อซึ่งควรได้ไปชมการแสดงแบบดั้งเดิมด้วยตาสักครั้ง โดยเฉพาะที่ย่าน La Boca ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยตึกสีสันสดใสสไตล์ดั้งเดิม หรือจะออกเดินทางไปชมน้ำตกอีกวาซู ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ (มีขนาดพอ ๆ กับน้ำตกวิคตอเรียในทวีปแอฟริกา) น้ำตกตั้งอยู่แถบชายแดนระหว่างอาร์เจนตินากับบราซิล มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร สุดท้ายถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปหาที่หนาว ๆ กันบ้าง ลองเดินทางลงใต้ไปยังอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares ติดชายแดนประเทศชิลี แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็งขนาดยักษ์จากกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาอยู่บนทะเลาสาปตัดกับทิวทัศน์ป่าสีเขียวและภูเขาสูงรอบ ๆ ที่แปลกตามาก ทำให้อาร์เจนตินาเป็นอีกสุดยอดประเทศน่าเที่ยวที่มีความหลากหลายและน่าตื่นตาเป็นที่สุด

 

ตุรกี (อยู่ได้ 30 วัน)

ประเทศที่มีความพิเศษแห่งนี้ตั้งอยู่ริมสุดของทวีปเอเชียฝั่งตะวันตก มีอีสตันบูลเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีและเป็นเมืองเดียวในโลกที่มีอาณาเขตอยู่ใน 2 ทวีปคือเอเชียและยุโรป เมืองนี้เต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณที่เรืองอำนาจตั้งแต่ยุคอาณาจักรออตโตมันและไบแซนไทน์ ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวแนวโบราณสถานที่สวยงามเก่าแก่ให้เยี่ยมชมอยู่มากมาย เช่น อายาโซเฟีย ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งและถูกจัดให้อยู่ในรายการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่โดดเด่นอย่างมาก หรือจะเป็นคู่แข่งสำคัญที่สร้างทีหลังแต่สวยงามไม่แพ้กันอย่างสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ซึ่งได้ชื่อมาจากสีของกระเบื้องบนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใส แถมทั้งสองแห่งยังตั้งอยู่คู่กันเพื่อเปรียบเทียบความงามให้เห็นกันชัด ๆ อีกด้วย ทริปที่ไปแล้วพลาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือการล่องเรือในช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองทวีป วิวทิวทัศน์ในระยะเวลา 2 ชั่วโมงของการล่องเรือนั้น จะเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

 

มัลดีฟส์ (อยู่ได้ 30 วัน)

แม้ทะเลสวยน้ำใสของทะเลอันดามันจะแจ่มแค่ไหน แต่มัลดีฟส์ก็เป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกซึ่งพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงเช่นกัน ที่นี่เป็นที่รู้จักเพราะเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามและมีให้เลือกมากมายหลายจุด มีสัตว์ทะเลที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น เต่าทะเล ปลากระเบนธง และฉลามวาฬ พร้อมน้ำทะเลสีฟ้าใสแจ๋วอบอุ่น ชนิดที่สามารถเห็นปลาได้จากบนบก นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถไปลงเรือชมปลาวาฬและโลมาตัวเป็นๆ ที่มีอยู่ชุกชุมรวมกันแล้วกว่า 20 สายพันธุ์และนับเป็นจำนวนถึง 1 ใน 4 ของสายพันธุ์ทั้งหมดในโลก จนทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งชมปลาวาฬและปลาโลมาติดอันดับท็อป 5 ของโลกเลยทีเดียว ยังไม่นับบริการสปาและที่พักสุดหรูอันขึ้นชื่อของที่นี่ ซึ่งโรแมนติกเหมาะกับคู่รักขาเที่ยวแบบสุด ๆ ด้วย

 

จะชอบเที่ยวในเมือง หรือขึ้นเขาเดินป่าก็ไปได้ไม่ยาก ก่อนออกเดินทางวางแผนให้รอบคอบและปลอดภัย ที่สำคัญอย่าลืมวางแผนซื้อประกันเดินทางอย่างฉลาด ไปไหนก็ไม่ต้องห่วง มีปัญหาอะไรให้ประกันช่วยดูแลได้ทันที

บทความที่คุณอาจสนใจ

ไม่ชิมจะเสียใจ! 10 เมนูขึ้นชื่อของอิตาลี รสอร่อย สไตล์อิตาลีแท้ๆ
5 หมู่บ้านสไตล์ยุโรป  ทิวทัศน์สวยงาม ควรค่าแก่การไปเยือน
ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊