ไปล่าแสงเหนือกันเถอะ !!

เชื่อได้เลยว่าหนึ่งในทริปในฝันของหลาย ๆ คนคือการได้ตะลุยไปในแดนหิมะและตามล่าหาแสงเหนือที่สุดขอบฟ้า แต่จะมีที่ไหนที่น่าสนใจไปแล้วคุ้ม เห็นแสงเหนือแบบเต็ม ๆ ไม่ต้องลุ้นกันบ้าง มาดูกันเลย !

แสงเหนือ (Aurora) จะปรากฏให้เห็นในแถบทางเหนือของสแกนดิเนเวียที่เรียกกันว่า Aurora Zone และมีอยู่ 6 ประเทศด้วยกันที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจน คือ ฟินแลนด์, สวีเดน, นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์, กรีนแลนด์ และแคนาดา แต่จะเห็นได้มากน้อยแค่ไหน จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ มลภาวะ หรือสภาพแสงรบกวนจากเขตเมืองในช่วงเวลานั้น ๆ ด้วย

 

ฟินแลนด์

ด้วยความที่ฟินแลนด์มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างต่ำ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยทะเลสาป ป่าไม้ และทิวทัศน์มุมกว้าง ทำให้ทัศนวิสัยของที่นี่ค่อนข้างปลอดโปร่ง มีแสงรบกวนน้อย และกลายเป็นสถานที่สุดพิเศษของโลกในการชมแสงเหนือ โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ Luosto ตั้งอยู่ในเขต Lapland ดินแดนซานตาคลอสทางตอนเหนือ มีที่พักสวย ๆ แบบ ski resort หลายแห่งให้เลือก และมีกิจกรรมกลางแจ้งให้ฆ่าเวลาช่วงกลางวันมากมายไม่เบื่อ

 

สวีเดน

ในสวีเดนมีหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งชื่อว่า Abisko ทางตอนเหนือของเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นจุดที่นักล่าแสงเหนือควรไปเยือน ด้วยสถานที่ตั้งอยู่ในใจกลางเขตภูเขา ทำให้ท้องฟ้าในย่านนั้นปลอดโปร่ง ไม่ค่อยมีเมฆ เหมาะแก่การชมแสงเหนือแบบไม่มีอะไรกวนใจ สวีเดนยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลกซึ่งสร้างขึ้นในปี1989 จากน้ำแข็งในแม่น้ำ Torne ในเขต Jukkasjärvi นอกจากจะได้สัมผัสความหนาวอย่างแท้จริงแล้ว ยังสามารถนั่งชมแสงเหนือได้สบาย ๆ จากในรีสอร์ทอีกด้วย

 

นอร์เวย์

นอร์เวย์ขึ้นแท่นจุดชมแสงเหนือสุดสวยระดับโลก โดยเฉพาะที่เมือง Tromso ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือ ประมาณ 350 กิโลเมตรจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในตอนเหนือของนอร์เวย์ โดยจะสามารถเห็นแสงเหนือได้ในช่วงเดือนกันยายน – มีนาคม สำหรับคนขี้เบื่อ ช่วงกลางวันก็มีกิจกรรมปีนเขา ตกปลา พายเรือคายัค และทริปล่องเรือชมปลาวาฬมาให้ได้เลือกกันด้วย

 

ไอซ์แลนด์

สถานที่ที่ชมแสงเหนือได้แจ่มที่สุดของไอซ์แลนด์ ไม่พ้นที่ Reykjavik เมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ ในฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไป ซึ่งอากาศจะอบอุ่นมากกว่าในฤดูหนาว ทำให้ไม่เพียงแต่จะได้ชมแสงเหนือสวย ๆ แต่ยังมีทิวทัศน์ทั้งในเขตเมืองและนอกเมืองส่วนอื่น ๆ ให้ได้สัมผัสกันด้วย สำหรับคนที่ไปกันเป็นแก็งค์ยังสามารถเช่ารถเพื่อขับชมเมืองและออกนอกเมืองไปหาที่มืด ๆ ชมแสงเหนือแบบเต็มอิ่มได้อีกต่างหาก โดยเฉพาะที่ Thingvellir National Park ซึ่งบรรยากาศดีมาก ๆ เลยทีเดียว

 

กรีนแลนด์

ประเทศที่ไม่ค่อยเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมากนัก แต่ก็เป็นโอกาสที่เราจะไม่ต้องเบียดเสียดกับคนมากมายด้วยเช่นกัน ที่นี่มีประชากรเบาบางทำให้ทิวทัศน์ส่วนใหญ่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง และสามารถมองเห็นได้ในมุมกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เยี่ยมชมภูเขาน้ำแข็งในช่วงกลางวันที่เมือง Ilulissat พร้อมซื้อทริปลากเลื่อนโดยฝูงไซบีเรียนฮัสกี้ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการชมแสงเหนือยามค่ำคืนในช่วงฤดูหนาวก็น่าสนใจไม่น้อยและคุ้มค่ามาก ๆ เลยล่ะ

 

แคนาดา

มุ่งหน้าสู่ Yukon ดินแดนทางเหนือของประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ที่มีประชากรเบาบาง (อีกแล้ว) และสิ่งแวดล้อมที่ยังเป็นป่าเขารกร้างไร้ซึ่งมลภาวะ และเต็มไปด้วยสัตว์ป่าอย่างหมีกริซลี กวางคาลิบู กวางมูส และหมีดำ ทำให้นอกจากที่นี่จะเหมาะแก่การชมแสงเหนือหลากสีสันเป็นที่สุดแล้ว ยังเป็นที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส Wildlife ได้อย่างแท้จริงอีกด้วย

จะไปไกลสุดขอบฟ้าหรือว่าอยู่แค่เมืองใกล้ ๆ จะอุ่นใจกว่าไหมที่มีคนคอยดูแลอยู่ข้างหลังตลอดเวลา ประกันเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองและเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางของคนช่างใส่ใจ อย่าลืมเลือกเปรียบเทียบสิ่งที่ดีสุดให้ตัวเอง (และเพื่อน ๆ ) ได้ไม่ยากและไม่แพงได้ที่ gettgo นะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
เลือกประกันเดินทางอย่างไรให้คุ้มเงิน
สัมผัสฮ่องกงสไตล์แบ็คแพ็คเกอร์
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลด
ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊