ฉลองเปิดตัว ลด 10% ทั้งเว็บ ทุกคัน ทุกประเทศ

ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

รถเร่งไม่ขึ้น เพราะอะไร มีวิธีดูแลรักษายังไง ?

รถเร่งไม่ขึ้น

รถเร่งไม่ขึ้น เพราะอะไร มีวิธีดูแลรักษายังไง ?

ไม่ว่าจะรถใหม่หรือรถเก่า วันดีคืนดีคุณอาจต้องเจอกับปัญหารถเร่งไม่ขึ้นแบบไม่คาดคิด เมื่ออยู่ ๆ รถคันโปรดที่ขับประจำก็เกิดอาการรถเร่งไม่ขึ้น เครื่องอืดยิ่งกว่าเต่าคลาน เร่งไปรอบขึ้นแต่ความเร็วไม่เพิ่ม หรือรอบตกพร้อมกับความเร็วตก ฯลฯ สารพัดปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุหลักมาจากเครื่องยนต์ส่วนต่าง ๆ ที่เราอาจละเลย ไม่ดูแล หรือไม่นำรถเข้าเช็กตามเวลาที่ศูนย์หรื่อทางอู่รถกำหนด อย่ารอช้าอยู่เลยครับ มาดูกันดีกว่าว่าหากรถของเราเกิดอาการรถเร่งไม่ขึ้น จะมีวิธีดูแลรักษายังไงบ้าง

ประกันชั้น 1

สาเหตุควรรู้ ทำไมรถเร่งไม่ขึ้น?

ปัญหารถเร่งไม่ขึ้นนั้นไม่มีสาเหตุที่แน่นอน เพราะอาการผิดปกติต่างๆ ภายในเครื่องยนต์สามารถทำให้เกิดอาการรถอืด เร่งไม่ขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการละเลยและไม่ดูแลเครื่องยนต์ส่วนต่าง ๆ จนทำให้กระบวนการทำงานในรถทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่มีประสิทธิภาพ จนส่งผลออกมาในรูปแบบของรถสตาร์ทยาก เครื่องอืด เร่งไม่ขึ้น เหยียบคันเร่งเต็มที่แต่ก็ยังไปช้าไม่ทันใจ เมื่อรถของเราส่งสัญญาณเตือนออกมาแบบนี้ล่ะก็ ให้รีบตรวจเช็กจุดต่าง ๆ ทันที อย่าปล่อยไว้จนอาการหนักเด็ดขาดนะครับ

5 จุดที่ต้องเช็ก เมื่อเจอปัญหารถเร่งไม่ขึ้น

  • 1.ที่กรองอากาศ

บางคนอาจคิดไม่ถึงว่าที่กรองอากาศก็มีส่วนเกี่ยวของกับปัญหารถเร่งไม่ขึ้นด้วยนะครับ เพราะตามปกติแล้วกระบวนการจุดระเบิดของเครื่องยนต์นอกจากจะใช้น้ำมันแล้วยังใช้อากาศอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อให้เราได้อากาศบริสุทธิ์มาใช้ในกระบวนการนี้ ที่กรองอากาศจึงต้องสะอาดและปราศจากสิ่งอุดตันก่อนนั่นเอง หากปล่อยไว้จนที่กรองอาการเสื่อม มีสิ่งสกปรกอุดตันจนไม่สามารถนำอากาศมาใช้ได้ อาจทำให้กระบวนการจุดระเบิดมีปัญหาจนเกิดอาการรถเร่งไม่ขึ้นตามมาในที่สุด

การตรวจเช็กที่กรองอากาศควรเช็กทุก 10,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนที่กรองอากาศใหม่ทุก 20,000 กิโลเมตร ส่วนใครอยากทำความสะดวกที่กรองดว้ยตัวเองก็สามารถถอดล้างได้ตามปกติ แต่หากจะเปลี่ยนนำไปเปลี่ยนที่กรองแท้จากศูนย์จะดีกว่าครับ

 

  • 2.หัวเทียน

เมื่อเราพูดถึงกระบวนการจุดระเบิด หัวเทียน ก็เป็นตัวทำหน้าที่จุดระเบิดในกระบอกสูบเพื่อให้รถของเราสามารถวิ่งไปได้อย่างราบรื่นแบบไม่มีปัญหา ถ้าเกิดปล่อยไว้ให้หัวเทียนเสื่อมสภาพอาจส่งผลให้เครื่องยนต์แรงตกจนรถอืดได้ ดังนั้นหากเกิดปัญหารถเร่งไม่ขึ้นอีกจุดที่ต้องตรวจเช็กก็คือหัวเทียนครับ 

การเปลี่ยนหัวเทียนสามารถส่งเข้าอู่หรือศูนย์เพื่อเปลี่ยนได้เลย ราคาไม่แพง มีตั้งแต่เรทราคา 80 – 150 บาทขึ้นไป

 

  • 3.คอยล์จุดระเบิด

ยังอยู่ที่กระบวนการจุดระเบิดกันต่อครับ ในส่วนนี้เราจะพูดถึงเรื่องคอยล์จุดระเบิดซึ่งมีหน้าที่ส่งไฟไปยังหัวเทียน หากคอยล์รถของเราเสื่อมสภาพแล้วล่ะก็ มันจะส่งผลให้รถยนต์ของคุณอืด เร่งไม่ขึ้น มีอาการเครื่องยนต์สั่นได้เช่นกัน

การแก้ไขก็คือเปลี่ยนคอยล์ใหม่ แต่อะไหล่ชิ้นนี้จะมีราคาสูงกว่าหัวเทียน เพราะเรทราคาคอยล์จุดระเบิดอยู่ที่ 2,000 บาทขึ้นไป แต่ก็คุ้มเพราะเปลี่ยนแล้วรถเร่งไม่ขึ้นของเราจะกลับมาวิ่งฉิวเหมือนใหม่เลยล่ะครับ

  • 4.ที่กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่กรองน้ำมันเชื้อเพลงทำหน้าที่กรองเอาสิ่งแปลกปลอมและตะกอนต่างๆ ในน้ำมัน หากที่กรองอุดตันการไหลผ่านและการสูบน้ำมันอาจทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหารถเร่งไม่ขึ้นแถมยังทำให้เราสตาร์ทรถยากอีกด้วย การเปลี่ยนที่กรองน้ำมันนั้นสนนราคาอยู่ที่ 400 – 800 บาท แต่หากต้องการทำความสะอาด สามารถทำได้โดย

1.)นำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อให้ศูนย์ทำความสะอาดโดยเครื่องฉีดล้างที่กรองน้ำมันโดยเฉพาะ

2.)ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดเชื้อเพลิงทั้งระบบ อย่าลืมเลือกใช้ให้เหมาะสมกับน้ำมันและเครื่องยนต์ของเราด้วยนะครับ

 

  • 5.น้ำมันเครื่องและที่กรองน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องและที่กรองน้ำมันเครื่องคืออีกจุดที่เราต้องเช็กเมื่อพบปัญหารถเร่งไม่ขึ้น เพราะเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน น้ำมันเครื่องจะเริ่มหนืดจนอาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มกำลัง เป็นที่มาของปัญหาจุกจิกกวนใจอย่างรถเร่งไม่ขึ้นและปัญหาเครื่องยนต์อื่นๆ เช่น เครื่องร้อน  เครื่องสะดุด สะอึก เป็นต้น

เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง โดยสามารถนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาหรือระยะการขับขี่ที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องระวังนะครับเพราะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เหลือกากหรือตะกอน รวมถึงคราบน้ำมันเก่าอยู่ในเครื่องยนต์จนทำให้น้ำมันใหม่คุณภาพลดลง ดังนั้นอาจใช้วิธีการใช้ Engine Flush สำหรับเครื่องยนต์เพื่อทำความสะอาดขั้นสูงสุด เพื่อให้เรามั่นใจว่าทุกครั้งที่เราเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์ของเราจะได้ใช้น้ำมันใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดนั่นเอง

ทั้ง 5 จุดที่เรากล่าวมานี้คือจุดสำคัญ ๆ ภายในรถที่ต้องหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำ หากพบปัญหาควรล้างทำความสะอาด เปลี่ยนถ่าย ซื้ออะไหล่ใหม่ หรือแก้ไขไปตามความเหมาะสม ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเหล่านั้นเสื่อมสภาพจนทำให้รถของเราเกิดความผิดปกติ อาการรถเร่งไม่ขึ้นอาจเป็นแค่สัญญาณเตือนแรก หากปล่อยทิ้งไว้รถอาจเสียหายนหักขึ้น ต้องเสียเงินมากกว่าเดิม หรือหากรถเกิดเสียกลางทางอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนขึ้นมาได้ครับ

รู้แบบนี้แล้ว ใครที่ใช้รถมานานแต่ไม่เคยนำรถเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ไปตรวจเช็กสภาพเลยก็ควรเปลี่ยนความคิดและนำรถไปเช็กกันได้แล้ว ทางที่ดีที่สุดคือการนำรถไปเช็กตามระยะทางที่ทางศูนย์หรืออู่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ก็ควรเปลี่ยนและเลือกใช้อะไหล่แท้ก่อนเป็นอันดับแรก อย่าลืมนะครับว่าเงินที่เสียไปคือค่าบำรุงรักษารถและเป็นการซื้อความปลอดภัยให้เรา เพราะการนำรถไปตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอย่อมทำให้เราเจอสิ่งผิดปกติได้ก่อนจะเกิดความเสียหายร้ายแรง เสียเงินนิดหน่อยแลกกับความสบายใจและยังลดความเสี่ยงการซ่อมครั้งใหญ่อีกด้วย

นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากช่วยแก้ปัญหารถเร่งไม่ขึ้นแล้ว การนำรถไปเช็กเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เรียกได้ว่าช่วยเซฟทั้งเงิน ทั้งชีวิตและทรัพย์สินจริง ๆ ครับ 

ประกันชั้น 1

บทความที่คุณอาจสนใจ

เตรียมตัวสอบ ข้อสอบใบขับขี่ 2562 ผ่านชัวร์ !
ต่อใบขับขี่ ก่อนไป เตรียมตัวอย่างไรให้เป๊ะ อัพเดต 2563!
ฤกษ์มงคล ออกรถวันไหนเฮง ปี 2019-2020
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊