ฉลองเปิดตัว ลด 10% ทั้งเว็บ ทุกคัน ทุกประเทศ

ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

เคล็ดลับ! กระเป๋าเดินทางต้องเลือกอย่างไร ให้พร้อมลุย

 

กระเป๋าเดินทาง


กระเป๋าเดินทางเป็นไอเทมชิ้นสำคัญที่ไม่มีไม่ได้ เพราะในการเดินทางแต่ละครั้งเราจำเป็นต้องนำกระเป๋าเดินทางติดตัวไปด้วยเสมอ แต่! จะเลือกกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้เหมาะสมกับทริปและสไตล์การท่องเที่ยวของเรามากที่สุดล่ะ? วันนี้ gettgo มีคำตอบมาฝากทุกท่านครับ


สำรวจจำนวนวันที่เราต้องการเดินทางก่อนเสมอ


เพราะแต่ละทริปจำนวนวันในการเดินทางของเราก็ไม่เท่ากัน บางครั้งเราอาจเดินทางไปติดต่อธุรกิจแค่ 1-2 วัน บางครั้งก็เป็นการไปพักร้อนช่วงสุดสัปดาห์ 2-3 วัน หรือบางครั้งก็เป็นการหยุดยาวไปต่างประเทศ เที่ยวกันชุ่มปอด 7-10 วัน ระยะเวลาที่ต่างกันก็ส่งผลต่อการเลือกกระเป๋าเดินทางของเราด้วยนะครับ

เลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมกับจำนวนวันในแต่ละทริป

·        ทริป 1-2 วัน ควรใช้กระเป๋าเดินทาง 16-18 นิ้ว

การเดินทาง 1-2 วันอาจเป็นทริปด่วน ทริปไฟไหม้ หรือการเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่เราไม่มีโอกาสได้ซื้อของฝาก ของที่ระลึกหรือแวะช้อปปิ้งก่อนกลับมากนัก เราจึงควรเลือกกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก เน้นความคล่องตัวเอาไว้ก่อน เลือกแพ็คแต่ของที่จำเป็นพร้อมเดินขึ้นเครื่องแบบชิลล์ ๆ ได้เลย


·        ทริป 2-3 วัน ควรใช้กระเป๋าเดินทาง 18-22 นิ้ว

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศที่มีระยะเวลาสั้น ๆ แค่ 2-3 วัน ก็สามารถเลือกใช้กระเป๋าเดินทางที่มีขนาด 18-22 นิ้วได้ ใครอยากหิ้วขึ้นเครื่องไม่ต้องเปลืองค่าโหลดสัมภาระก็เลือกขนาดไม่เกิน 20 นิ้วเอาไว้ก่อน แต่ใครเป็นสายช้อปควรเอกขนาดใหญ่ขึ้นสักหน่อยครับที่ 22-24 นิ้ว เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับใส่เสื้อผ้าและของที่เราอยากช้อปกลับมาด้วยแล้ว

·        ทริป 4-6 วัน ควรใช้กระเป๋าเดินทาง 24-26 นิ้ว

เดินทางเป็นสัปดาห์แบบนี้ควรเตรียมกระเป๋าใบใหญ่และโหลดลงใต้เครื่องไปเลยแบบไม่ต้องคิดมาก เพื่อให้เราเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนเสื้อผ้าครับ

·        ทริป 7-10 วันขึ้นไป ควรใช้กระเป๋าเดินทาง 28-30 นิ้ว

สำหรับการเดินทางระยะยาวหรือทริปที่เราไปเที่ยวเมืองหนาวควรเลือกกระเป๋าที่มีความจุเยอะ สามารถใส่เสื้อผ้าและของใช้จำเป็นได้เพียงพอรวมถึงใส่เสื้อโค้ทหนา ๆ ได้แบบสบาย ๆ

 

กระเป๋าเดินทาง


อย่าลืมดูประเภทและวัสดุของกระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าเดินทางมีหลายแบบ หลายประเภท แถมยังผลิตจากวัสดุที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก่อนเลือกกระเป๋าเดินทางคู่ใจอย่าลืมเลือกประเภทให้เหมาะสมกับการเดินทางของเรา รวมถึงเลือกจากวัสดุที่เราชอบด้วยนะครับ


กระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก

กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากเป็นกระเป๋าที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ไม่ว่าจะเป็นแบบ 2 ล้อหรือ 4 ล้อ ส่วนวัสดุที่นิยมนำมาผลิตก็จะมี 2 แบบครับ คือ แบบผ้า (Soft Case) และแบบพลาสติกแข็ง (Hard Case) ซึ่งผลิตจากพลาสติก ABS หรือ PC นั่นเอง

·        กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบผ้า (Soft Case)

ข้อดี : รูปทรงสวยงามและยืดหยุ่น ทนทานต่อรอยขีดข่วน
ข้อเสีย : เปียกฝนหรือชื้นง่ายแม้จะเคลือบกันน้ำ ทำความสะอาดยาก หากถูกกดทับมาก ๆ กระเป๋าอาจเสียทรง นอกจากนี้ยังไม่รองรับการกระแทกแรง ๆ อย่างเช่นการตกจากที่สูงหรือการโยน ทำให้สิ่งของในกระเป๋ามีโอกาสแตกหักและเสียหายได้


·        กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบพลาสติกแข็ง (Hard Case)

ข้อดี : รูปทรงสวยงามและน้ำหนักเบา ดูทันสมัย แข็งแรง ปกป้องสัมภาระของเราได้ดี รองรับน้ำหนักและการกระแทกได้ดี ข้อเสีย : เป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่ากระเป๋าเดินทางล้อลากแบบผ้า


นอกจากเลือกวัสดุของกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากแล้ว gettgo มีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากเพิ่มเติมครับ คือ ควรเลือกใช้กระเป๋าที่มีระบบล้อแบบ 360 องศา เพื่อความสะดวกในการลากมากที่สุด ล้อแบบนี้จะสามารถหมุนได้ฟรีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเดินหน้า ถอยหลัง หรือการเลี้ยวซ้ายขวาก็สะดวกกว่าล้อแบบธรรมดามากเลยล่ะครับ

กระเป๋าเป้สะพายหลัง


กระเป๋าเดินทางแบบเป้สะพายหลัง

สำหรับนักเดินทางทั่วไปอาจไม่นิยมใช้กระเป๋าเดินทางแบบเป้สะพายหลังมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เดินทางแบบแบ็คแพคหรือนักเดินทางที่เน้นเที่ยวแบบตะลุยธรรมชาติมากกว่า

เป้สะพายหลังมีความคล่องตัวสูง มีหลายขนาด สามารถจุของได้ดีไม่แพ้กระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก หากจัดของเก่ง ๆ และแพ็คตามหลักกระจายน้ำหนักแล้วล่ะก็ กระเป๋าเดินทางแบบเป้สะพายหลังก็สามารถจุของได้ถึง 20 กิโลกรัมเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของวัสดุในการผลิตกระเป๋าเดินทางแบบสะพายหลังจะมีแค่วัสดุผ้าเท่านั้น ซึ่งอาจผ่านการเคลือบสารกันน้ำหรือสารเพิ่มความทนทานอื่น ๆ แตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่นครับ

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือกกระเป๋าเดินทาง

·        ควรเลือกกระเป๋าเดินทางที่มีซิปขนาดใหญ่ แข็งแรง และรูดเปิด-ปิดง่ายเพื่อความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้หากเลือกแบบมีซิปสองชั้นก็จะช่วยป้องกันการโดนกรีดกระเป๋ารวมถึงป้องกันซิปแตกได้อีกด้วยครับ
·        หูหิ้วของกระเป๋าเดินทางควรเป็นแบบยืดและหดได้ ตัวล็อกแข็งแรง หากเป็นหูหิ้วแบบพับต้องสามารถพับเก็บได้แนบชิดกับกระเป๋าเพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างการเดินทาง
·        เลือกกระเป๋าเดินทางที่มีประกัน ส่วนใหญ่หากเราซื้อกระเป๋าเดินทางตามห้างสรรพสินค้าหรือจากแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศก็มักจะมีประกันมาให้ หากได้รับของแล้วเกิดชำรุด แตกหักหรือมีส่วนไหนเสียหายก็สามารถเปลี่ยนคืนได้ รวมถึงบางแบรนด์ก็มีบริการส่งเคลมหากกระเป๋าเสียหายจากการเดินทางด้วย


อุปกรณ์เสริมสำหรับกระเป๋าเดินทาง

·         ผ้าคลุมกันรอยขีดข่วน

ปัจจุบันการใช้ผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงมาคลุมกระป๋าเดินทางก็เป็นอีกตัวช่วยลดการเกิดรอยขีดข่วนได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันกระเป๋าเดินทางแตก หัก หรือเสียรูปได้อีกระดับ ผ้าคลุมเหล่านี้อาจสกรีนสีหรือลวดลายที่สวยงาม ราคาก็แตกต่างกันออกไปแต่ก็อยู่ในช่วงหลักร้อยบาทครับ

·         กระเป๋าจัดระเบียบ

กระเป๋าจัดระเบียบกลายเป็นตัวช่วยสำหรับนักเดินทางหลาย ๆ คน เพราะเราสามารถจัดเสื้อผ้า ชุดชั้นใน อุปกรณ์อาบน้ำ ยา หรือข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้เป็นระเบียบได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลว่าของปะปนกันมั่วอีกต่อไปแม้ต้องยกกระเป๋า เอียงข้าง หรือหมุนกระเป๋ากลับหน้ากลับหลัง

เป็นยังไงบ้างครับกับทริคการเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสม gettgo หวังว่าแนวทางที่เรานำมาฝากทุกท่านในวันนี้จะเป็นไอเดียช่วยเลือกกระเป๋าก่อนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม ให้ทุกคนเดินทางได้อย่างสบายใจและคล่องตัวที่สุดนะครับ สุดท้ายนี้ อย่าลืมอีกหนึ่งตัวช่วย นั่นก็คือประกันเดินทาง ที่จะทำให้ทริปท่องเที่ยวของคุณอุ่นใจมากยิ่งขึ้น 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ปีใหม่นี้เที่ยวไหนดี ชี้แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ไม่ซ้ำใคร ไม่มีเอ้าท์
สายมูห้ามพลาด! ช็อปเครื่องรางญี่ปุ่นทั่วโตเกียว!
แนะนำแอปจองที่พัก ตัวช่วยหาที่พักสุดชิคในทริปของคุณ
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊