ฉลองเปิดตัว ลด 10% ทั้งเว็บ ทุกคัน ทุกประเทศ

ประกันของเรา
บทความ
ทำไมต้อง gettgo

เตรียมตัวสอบ ข้อสอบใบขับขี่ 2562 ผ่านชัวร์ !

ข้อสอบใบขับขี่

ใบขับขี่รถยนต์นี่เป็นอะไรที่สำคัญอย่างมากเลยล่ะครับสำหรับยุคนี้ เพราะไม่ว่าใครต่างก็อยากจะมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ขับไปทำงาน ขับไปเที่ยว หรือขับไปทำธุระต่าง ๆ แต่เพราะลำพังแค่การมีรถยนต์อย่างเดียวมันไม่สามารถใช้งานอย่างถูกต้อง เราต้องมีใบขับขี่ด้วยถึงจะสามารถใช้งานได้อย่างถูกกฎหมาย และไม่โดนตำรวจจับ ซึ่งการทำใบขับขี่นี่แหละที่เป็นปราการสุดหินที่หลาย ๆ คนกลัวกันอย่างมาก เพราะถ้าเกิดเราสอบตกละก็...ต้องรอเวลาไปอีกเป็นอาทิตย์ถึงจะกลับมาสอบใบขับขี่ใหม่ได้อีกรอบ แถมระยะทางของแต่ละพื้นที่ทำการก็ไกลอีกต่างหาก ดังนั้นใครที่ไม่อยากเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แต่อยากทำใบขับขี่รถยนต์ ทำใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ให้ผ่าน รีบเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเอกสาร และศึกษาข้อสอบใบขับขี่ 2562 ตามนี้ได้เลย รับรองผ่านชัวร์!!

สำหรับเพื่อน ๆ ชาวกรุงเทพฯ นั้นการทำใบขับขี่นี่เปรียบเหมือนสมรภูมิรบเลยล่ะครับ เพราะคนจะแน่นขนัดไปในทุกเขตพื้นที่ และทำให้เสียเวลาในการเดินเรื่องอย่างมาก ซึ่งเราจะต้องไปทำใบขับขี่ที่ทำการขนส่งทางบกได้ที่ 5 จุดนี้ 

5 กรมขนส่งทางบก ที่ทำใบขับขี่สำหรับชาวกรุงเทพฯ

 

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล) โทร 0-2415-7337 ต่อ 204-205
  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน) โทร 0-2433-4773
  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1) โทร 0-2333-0035
  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก) โทร 0-2543-5512
  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) โทร 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม  1584

 

เมื่อเดินทางไปถึงที่ทำการเรียบร้อยแล้วก็อย่าให้เสียเที่ยวเด็ดขาดเลยนะครับ เราต้องเตรียมเอกสารที่ต้องใช้งานไปให้พร้อม เพื่อจะได้ดำเนินการสอบใบขับขี่ได้อย่างผ่านฉลุยแบบไม่มีปัญหา

เอกสารใบขับขี่ ต้องมี

เอกสารสอบใบขับขี่ที่ต้องเตรียม มีอะไรบ้าง ?

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  • ใบรับรองการอบรม (กรณีผู้ทำการอบรมนอกกรมขนส่ง)

หลังจากที่เรายื่นเรื่องเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงคราวสอบใบขับขี่ของจริงแล้วล่ะครับ ซึ่งด่านแรกนี้จะเป็นการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย 4 อย่างด้วยกัน

การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย เพื่อทำใบขับขี่ มีดังนี้

  • ทดสอบตาบอดสี 
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบการตอบสนองของเท้า

(ซึ่งเราต้องทำให้ได้ 2 ใน 3 ครั้งถึงจะเป็นการผ่าน ถ้าตกเมื่อไหร่คือกลับบ้านทันที ไว้มาแก้ตัวใหม่ในวันถัดไป)

ข้อสอบใบขับขี่ ข้อเขียน

ข้อสอบใบขับขี่ ข้อเขียน

เมื่อทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายเสร็จ เจ้าหน้าที่จะให้หนังสือรวมป้ายจราจร และพวกกฎหมายต่างๆ เบื้องต้น ให้เราได้อ่านก่อนไปทำข้อสอบกัน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไปจำเอาหน้างานเนี่ยยากครับ แนะนำให้ซื้อหนังสือมาอ่านทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์ต่าง ๆ หรือกฎหมายคร่าว ๆ ก่อนดีที่สุด โดยข้อสอบใบขับขี่แบบข้อเขียนเค้าจะทำการสุ่มป้ายจราจรและกฎจราจรที่อ่านก่อนหน้านี้เนี่ยแหละ มาให้เราสอบ ทั้งหมด 50 ข้อ เป็นแบบให้เลือกกากบาท ก-ง ถ้าเราทำข้อสอบใบขับขี่ถูก 45 คะแนนขึ้นไป ก็ถือว่าสอบผ่าน

สำหรับข้อสอบใบขับขี่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์นั้นมักจะสอบถามเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติในการขับรถที่ถูกต้อง และคำถามส่วนมากจะซ้ำกันแทบทุกปี ซึ่งนี่เป็นคำถามหลักๆ ที่มักจะนำมาออกสอบกันเสมอ ไปทำความเข้าใจกันไว้ได้เลย

 

ข้อสอบใบขับขี่ ที่มีโอกาสเจอมากกว่า 70% มีดังนี้

  • ถ้ารถเกิดเสียหลัก ถ้าขับขี่บนถนนที่ลื่นแล้วเกิดเสียหลัก ให้ตั้งสติให้ดี จับพวงมาลัยให้แน่น และประคองรถต่อ อย่าพักพวงมาลัยกะทันหัน เพราะจะทำให้รถหมุน 
  • เมื่อเกิดรถเสีย ให้ประคองรถจอดข้างทาง และเปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อให้คนอื่นรู้ว่ารถเรากำลังเสีย 
  • เมื่อขับผ่านทางแยก ดูสัญญาณไฟจราจรให้ดี ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ห้ามเร่งความเร็วขณะผ่านทางแยกเด็ดขาด
  • การใช้ความเร็ว ขับรถในเขตกรุงเทพ พัทยา หรือเขตเทศบาล ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากนั้นคือ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • การเปลี่ยนเลน ต้องดูกระจกมองข้าง แล้วเปิดไฟเลี้ยว จากนั้นจึงจะเปลี่ยนเลนได้
  • การเปิดไฟเลี้ยว ต้องเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งก่อนเลี้ยว 30 เมตร เพื่อความปลอดภัยบนถนน 
  • การขับรถขณะฝนตก ต้องเปิดที่ปัดน้ำฝน ลดความเร็ว และระมัดระวังมากขึ้น ไม่ต้องเปิดไฟฉุกเฉิน 
  • การจับพวงมาลัย วิธีจับพวงมาลัยที่ถูกต้องที่สุดคือ นิ้วทั้ง 5 จับพวงมาลัยให้กระชับ อย่าจับให้มือ 2 ข้างพันกัน เพราะจะทำให้เลี้ยวรถไม่ได้
  • ขับช้าชิดซ้าย ถ้าเราขับช้าให้ชิดซ้ายเข้าไว้ แต่ถ้าขับเร็วหรือต้องการแซงให้ขับชิดขวา
  • รถเลี้ยวพร้อมกัน ถ้าเกิดเหตุการณ์รถต้องเลี้ยวพร้อมกัน ให้คนที่อยู่ด้านขวาไปก่อน เมื่อรถด้านขวาเลี้ยวพ้นแล้ว รถทางซ้ายจึงจะเลี้ยวได้

นอกจากเรื่องมารยาทในการขับรถเหล่านี้แล้ว ยังมีเรื่องของสัญลักษณ์ป้ายจราจรและเครื่องหมายที่สำคัญที่จะถูกนำมาออกสอบอีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรศึกษาสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้ขึ้นใจ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้อย่างผ่านฉลุย ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปศึกษาสัญลักษณ์จราจรสำหรับการสอบใบขับขี่ได้ที่บทความ “รวมป้ายจราจรที่ต้องรู้ ! รับรองไม่มีสอบตก !!” ที่ GettGo นำเสนอไว้ด้านล่างเลยครับ


เฉลยข้อสอบใบขับขี่ ป้ายจราจรที่ควรรู้


หลาย ๆ คนมาถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกกลัวว่าถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์จะเป็นยังไงบ้าง ตรงนี้ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าสอบไม่ผ่านเราก็ต้องมาสอบใหม่วันหลังเท่านั้นเอง แต่ส่วนไหนที่ผ่านแล้วก็ไม่ต้องไปสอบใหม่ สอบเฉพาะส่วนที่ตกเท่านั้นพอ

เข้าห้องอบรม 5 ชั่วโมงก่อนขับจริง

หลังทำข้อเขียนเสร็จถ้าผ่าน เราต้องไปฟังอบรมทั้งหมด 5 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นการอบรมการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้อง เหมาะสม ซึ่งจะเป็นการนังดูคลิปวิดีโอต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ที่จำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตจริง แนะนำให้ตั้งใจดูนะครับ ถึงจะนานหน่อยแต่มีประโยชน์มาก

และแล้วก็มาถึงข้อสอบใบขับขี่รถยนต์แบบปราบเซียนที่หลายคนกลัวกันมากว่าจะสอบตก เพราะมันยากจริง ๆ แต่รับรองว่าถ้าคุณเตรียมพร้อมและซ้อมมาเป็นอย่างดี เรื่องพวกนี้ไม่เกินความสามารถแน่นอนครับ

ข้อสอบใบขับขี่ ภาคปฏิบัติ

ข้อสอบใบขับขี่ ภาคปฏิบัติสุดหินที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม มีดังนี้

  • ขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง 

เริ่มต้นจากเดินหน้า 12 เมตร และถอยหลัง โดยห้ามขับชนหรือเบียดเสาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจะมีพวกสิ่งกีดขวางอยู่เราต้องระวังให้ดี และใครเอาเกียร์ธรรมดามาสอบก็ห้ามทำรถดับด้วยนะครับ

  • ขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า 

ด่านนี้ถึงจะดูง่ายแต่จริงๆ ก็ยากพอสมควร เพราะต้องกะระยะให้ดี ด้านซ้ายของตัวรถต้องจอดขนานกับไหล่ทาง ไม่ห่างเกิน 25 ซ.ม. โดยต้องจอดให้ล้อหน้าและหลังทับเส้นสีที่กำหนดด้วยนะครับ ไม่งั้นอดนะ กันชนรถต้องไม่เกินจุดที่วาดเส้นไว้ เงื่อนไขเยอะมากด่านนี้ 

  • ขับรถถอยเข้าซอง

และนี่คือด่านสุดท้ายที่จะต้องถอยรถเข้าจอดในซองโดยห้ามเปลี่ยนเกียร์เกิน 7 ครั้ง และต้องไม่ชน ไม่เบียดเสา ตัวรถต้องขนานไปกับของทางอย่างเรียบร้อย กระจกข้างต้องไม่ล้ำออกมาเกินเส้นที่เค้ากำหนดไว้ด้วย ซึ่งหลายๆ คนบอกว่าด่านนี้ยากที่สุดเลยล่ะครับ ใครมีกล้องมองหลังเวลาถอย เค้าจะเอาเทปปิดด้วยนะ ให้เราใช้ฝีมือล้วนๆ 

จ่ายเงินค่าธรรมเนียม-ถ่ายรูป...เป็นอันจบ ! ใครมาถึงตรงนี้ได้ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ !! เพราะคุณสอบผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วในทุก ๆ ด่านที่กล่าวมา ทีนี้ก็แค่กำเงิน 5 บาทสำหรับค่าคำขอ และอีก 200 บาท สำหรับค่าใบขับขี่ รวมทั้งหมดแค่เพียง 205 บาทเท่านั้น สุดท้ายนี้...ขอให้เพื่อน ๆ เตรียมตัวกันมาแต่เนิ่น ๆ ทั้งข้อสอบข้อเขียน และข้อสอบปฏิบัติ เตรียมเอกสารมาให้ดี และตื่นไปทำข้อสอบใบขับขี่แต่เช้า เพื่อจะได้ทำได้ทันมาวันเดียวเสร็จ ไม่งั้นต้องมาหลายวันล่ะลำบากแย่เลยครับ

บทความที่คุณอาจสนใจ

รถเร่งไม่ขึ้น เพราะอะไร มีวิธีดูแลรักษายังไง ?
สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ออกรถสีไหนดี สีไหนเฮง เสริมดวง!
สิ่งที่ต้องเช็กวันรับรถใหม่ เช็กลิสต์รถ เช็กลิสต์ประกันรถ
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊