เผลอเปิดไฟทิ้งไว้ รถแบตหมด ทำไงล่ะทีนี้? สอนวิธีปลุกเสกรถแบตหมด ให้กลับมาวิ่งได้

ไม่ว่าจะคนขับรถใหม่ป้ายแดงเพิ่งออกจากศูนย์ หรือคนขับรถเก่าสิบปีดังทุกอย่างยกเว้นเครื่องเสียง ต่างก็ต้องเคยพบเจอกับปัญหาสุดรำคาญใจที่ทำให้หัวปั่นกันมานักต่อนัก อย่างเรื่องของรถแบตหมด  แน่นอนเลยว่าสาเหตุที่ทำให้รถแบตหมดก็เพราะความขี้หลงขี้ลืม ขับรถตอนกลางคืนก็เปิดไฟมาดี ๆ พอถึงบ้านดันลืมปิดไฟซะอย่างนั้น ทำให้มันเปิดอยู่แบบนั้นทั้งคืน พอรถไม่ได้สตาร์ทพลังงานในแบตก็ไม่ได้ชาร์จ ทำให้มีแต่ไฟออกไม่มีไฟเข้า ตื่นเช้ามารถก็แบตหมด จะขับไปทำธุระที่ไหนก็ไม่ได้ เป็นปัญหาคาใจที่ไม่รู้จะแก้ไขยังไงสำหรับคนขี้หลงขี้ลืม

ต่อให้รถยนต์สมัยใหม่เค้าจะมีสัญญาณเตือนมาให้เวลาเผลอเปิดไฟทิ้งไว้ แต่ก็เชื่อเถอะว่าบทเราจะรีบ สัญญาณตงสัญญาณเตือนเราก็เผลอลืมมันได้หมด ดังนั้นก่อนจะไปหาวิธีป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น เรามาดูวิธีแก้ไขหลังจากมันเกิดกันไปแล้วดีกว่า ว่าจะทำยังไงให้รถที่แบตหมด กลับมาใช้งานได้ตามเดิม

รถแบตหมด

ส่องอาการก่อนแก้ไข จะรู้ได้ยังไงว่ารถแบตหมด

อันดับแรก พอเราสตาร์ทรถปุ๊บ ……. เงียบ….. สตาร์ทอีกที ……. นิ่ง ….. ชัวร์เลย สัญญาณมาล้ะ เวลาสตาร์ทรถแล้วไม่มีอาการอะไรออกมาเลย พูดง่าย ๆ คือสตาร์ทไม่ติดนั่นเอง ยิ่งถ้าเห็นสวิตช์ไฟรถเราเปิดทิ้งไว้ด้วยยิ่งมั่นใจได้เลยว่า เราเผอลืมเปิดไฟค้างคืนทำรถแบตหมดเข้าให้แล้ว แต่สำหรับรถบางคันต่อให้ไม่ได้เปิดไฟทิ้งไว้ก็แบตหมดได้เหมือนกัน เพราะแบตเตอรี่รถยนต์ก็มีอายุการใช้งานของมัน สังเกตได้จากการที่รถสตาร์ทติดยาก ไฟหน้าไม่สว่างเหมือนเดิม กระจกไฟฟ้าเริ่มทำงานช้าลง หรือระบบไฟในรถติด ๆ ดับ ๆ ถ้ามีสัญญาณเหล่านี้ แสดงว่ารถของเพื่อน ๆ ถึงคราวต้องเปลี่ยนแบตได้แล้ว

ทำพิธีปลุกเสกแบตเตอรี่ให้กลับมาดีดังเดิม

ไม่ใช่ทุกคนเลยที่จะโชคดีทันเห็นอาการว่าแบตเตอรี่เสื่อม หรือสังเกตเห็นพอดีว่ารถของตัวเองเปิดไฟทิ้งไว้ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้แน่นอน ซึ่งหลังจากเราเผลอลืมจนรถแบตหมดเรียบร้อยแล้ว ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องเรียนรู้วิธีคืนชีพให้รถสุดที่รัก ซึ่งวิธีนี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของทั้งสาว ๆ หรือนักขับมือใหม่แน่นอน ถ้าทำตามทุกข้ออย่างถูกต้อง รถยนต์ของเพื่อน ๆ ต้องกลับมาใช้งานได้ตามปกติชัวร์

  1. เตรียมสายพ่วงแบตเตอรี่ รถยนต์สมัยนี้เพื่อนๆควรจะมีติดไว้ทุกคันนะ อย่างน้อยไม่ได้ใช้เองก็เอาไว้เผื่อช่วยเหลือรถคันอื่นเค้าก็ได้ หาซื้อได้ไม่ยาก ทั้งโลตัส บิ๊กซี มีขายกันเต็มไปหมด ราคาก็ 300-1,000 บาท ไม่ขาด ไม่เกิน ชอบคุณภาพแบบไหนก็จัดกันเอาไว้เลย
  2. หารถยนต์ที่วิ่งได้มาคันนึงเพื่อพ่วงไฟจากคันนี้ไปให้รถของเรา ตรงนี้อาจจะขอแรงเพื่อนบ้าน หรือไม่ก็จ้างแท็กซี่ให้มาช่วยพ่วงก็ได้ สินน้ำใจให้ไป 50 บาท หรือ 100 บาทก็แล้วแต่เราเลย พอหารถได้แล้วก็ให้ดับเครื่องคันนั้นซะก่อน
  3. ต่อมาก็ถึงคราวต้องพ่วงแล้วละ ให้เราสังเกตดูที่แบตรถเราก่อน จะเห็นว่ามีสัญลักษณ์ขั้ว + กับขั้ว – อยู่ ทีนี้ให้เราหนีบสายพ่วงขั้ว + ฝั่งนึงเข้ากับรถของเรา และอีกฝั่งเข้ากับรถอีกคันนึง มาถึงคราวของขั้ว – กันบ้าง ให้เราเอาสายพ่วงขั้ว – ไปหนีบกับแบตรถคันที่สตาร์ทได้ไว้ และสายพ่วงอีกฝั่งที่เป็นขั้ว – ให้เอามาหนีบกับตัวถังรถของเราได้เลยไม่จำเป็นต้องต่อเข้าขั้ว – โดยตรง เพราะตัวถึงก็เป็นสื่อนำไฟฟ้าที่จะส่งตรงถึงตัวแบตได้เช่นกัน
  4. พอมั่นใจว่าหนีบขั้วแบตทั้งหมดได้ถูกต้องแล้ว ก็ให้สตาร์ทรถคันที่มาช่วยเหลือทิ้งไว้ 2-3 นาที เพื่อส่งไฟเข้าสู่รถเราที่แบตหมด เป็นเหมือนการชาร์จเลยละ พอสักพักให้ลองสตาร์ทรถของเราดู รับรองว่าฉึ่งเดียวติด กลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้งแน่นอน

หลังจากสตาร์ทติดแล้วก็ไม่ใช่ว่ามันจะใช้งานกันได้ยาว ๆ นะ ให้เราสตาร์ททิ้งไว้แบบนั้นสัก 1-2 ชั่วโมงก่อน อย่าเพิ่งรีบไปทำอะไรที่มันต้องใช้ไฟมาก ๆ เช่น เปิดแอร์ หรือเปิดวิทยุ ยิ่งรถใครที่ทำเครื่องเสียงมาใหม่จัดมาแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบนี่บอกเลยว่ากินไฟสุด ๆ ห้ามเปิดเด็ดขาด หลังชาร์จแบตเสร็จอาจจะขับไปไหนมาไหนก่อนก็ได้ แถมยังดีซะด้วย เพราะถือเป็นการชาร์จไฟไปในตัว ซึ่งถ้าจะให้ดี ก่อนจะลงรถก็ตรวจเช็กกันสักหน่อยว่ามีไฟตรงไหนลืมปิดรึเปล่า จะได้ไม่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ

และสำหรับใครที่กำลังกลัวว่าถ้าไปในที่เปลี่ยว ๆ หรือรถไปดับในต่างแดนที่ไม่คุ้นเคยแล้วจะลำบากล่ะก็ ให้เพื่อน ๆ มองหาประกันรถที่เค้าคุ้มครองในเรื่องพวกนี้ไว้ด้วยก็ดีนะ อย่างสาว ๆ นี่ยิ่งสมควรทำเลย เพราะมันช่วยได้มาก เนื่องจากสมัยนี้ประกันรถหลาย ๆ เจ้าเค้าก็มีออพชั่นบริการช่วยเหลือฉุกเฉินด้วย สำหรับใครที่รถตาย แบตหมด สตาร์ทไม่ติด หรือเกิดอุบัติเหตุในที่ที่อันตรายก็สามารถเรียกใช้บริการให้ประกันไปหาได้ถึงที่ ประหยัดเวลา แถมช่วยให้อุ่นใจขึ้นตั้งเยอะ ลองเข้าไปตรวจสอบที่เว็บไซต์ gettgo.com ว่ามีประกันเจ้าไหนเค้าคุ้มครองในเรื่องนี้บ้าง เพื่อจะได้ใช้รถกันได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลตลอดการเดินทาง

บทความที่คุณอาจสนใจ

3 เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ซื้อประกันรถด้วยวิธีนี้ ลดราคาลงกว่าเดิมเกือบครึ่ง
ถอยรถชนรั้ว ขับชนเสาไฟฟ้า ต้องเคลมประกันยังไง เมื่อไร้คู่กรณี???
13 ลักษณะนิสัยในการขับรถ ที่บ่งบอกได้ว่าควรใช้ประกันชั้นไหนดี
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊