ถือวีซ่าเชงเก้น เช่ารถเที่ยวตะลุยยุโรป

ถือวีซ่าเชงเก้น เช่ารถเที่ยวตะลุยยุโรป

เบื่อเที่ยวแบบนั่งเครื่องบินข้ามไปข้ามมาระหว่างประเทศกันหรือยัง ถ้าเริ่มอยากเปลี่ยนสไตล์การท่องเที่ยวใหม่ๆ แนะนำการเที่ยวแบบขับรถเที่ยวข้ามประเทศ หรือ Road Trip ซึ่งวันนี้ Gettgo จะพาคุณไปเที่ยวยุโรปแบบเช่ารถขับเที่ยว ประเทศจุดหมายที่จะไปเยือนนั้น มี 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทั้งหมดนี้เป็นประเทศที่ใช้วีซ่าเชงเก้นอันเดียว เข้าได้ทั้งหมด แล้วถ้าอยากไป อยากได้วีซ่านี้ต้องทำอย่างไร

  • แนะนำให้ลิสต์ประเทศที่อยากไปถึงเป็นที่แรก

  • การขอวีซ่าเชงเก้นให้ไปทำเรื่องที่สถานทูตของประเทศที่เราอยู่เที่ยวนานที่สุด หรือประเทศที่เลือกบินไปลงที่แรก อย่างในทริปนี้ของเราประเทศที่เราจะเที่ยวนานที่สุดคือ เยอรมนี

  • เลือกประกันเดินทาง เพราะการทำวีซ่าต้องมีประกันเดินทางควบคู่ไปด้วย และทุนประกันของประกันเดินทางที่จะใช้ยื่นขอวีซ่าได้นั้นจะต้องมีทุนประกันมากกว่า 1,500,000 บาท  นอกจากดูเรื่องทุนประกันแล้ว อย่าลืมเปรียบเทียบเรื่องความคุ้มครองอย่างเที่ยวบินดีเลย์  และคุ้มครองอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล กระเป๋าเดินทางและอื่น ๆ  เนื่องจากเราจะไปทริปแบบขับรถกัน และความเสี่ยงเกิดขึ้นได้เสมอนั้นเอง แนะนำให้เลือกแบบที่ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งทุนประกันและความคุ้มครอง

  • สิ่งที่ต้องมี ใบขับขี่สากล เอาไว้หาเช่ารถขับไปเที่ยว

ทำไมเช่ารถขับเที่ยวยุโรปถึงน่าสนุก

เวลาไปเที่ยวเรามักจะหอบหิ้วกระเป๋าไปด้วยหลายใบ และแต่ละครั้งเราจะเที่ยวทีละประเทศเท่านั้น แต่หากเราเลือกขับรถเที่ยวในเชงเก้นยุโรปนี้ เราจะเที่ยวได้ทีละหลายประเทศที่มีดินแดนติดต่อกัน ทำให้ไม่ต้องหิ้วสัมภาระไปไหนมาไหนบ่อย ๆ เอาไว้ในรถขับยาว แวะไปถ่ายรูปที่ไหนก็ได้ สะดวกสบาย ได้เก็บบรรยากาศข้างทาง เปิดหูเปิดตาไปอีกแบบ

เช่ารถเที่ยวยุโรปเลือกบริษัทเช่ารถอย่างไรดี

  • เลือกบริษัทเช่ารถที่มีชื่อเสียง เปรียบเทียบราคาที่เรารับไหวไม่เกินงบจนเกินไป

  • มีสาขาที่ประเทศปลายทางที่เราจะไปด้วยอย่างเช่น เริ่มต้นออกเดินทางที่เยอรมนีและจะคืนรถที่สวิตเซอร์แลนด์

  • เลือกรถที่มีเนวิเกเตอร์ติดให้ด้วยจะดีที่สุด กันหลงนั้นเอง

ขับรถเที่ยวยุโรปไปแวะที่ไหนดี

เลือกแล้วว่าจะไป 4 ประเทศด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศจะมีไฮไลท์ที่น่าสนใจแตกต่างกัน มาเริ่มกันที่ประเทศต้นทางของทริปนี้ นั่นคือ ประเทศเยอรมนี

ขับรถเที่ยวประเทศเยอรมนี

แวะจัตุรัสกลางเมือง Römerberg

ตรงกลางจตุรัสจะมีน้ำพุที่มีชื่อความ น้ำพุแห่งความยุติธรรมตั้งอยู่และด้านหน้าเราจะเห็นบ้านไม้ซึ่งเป็นศิลปะของสถาปัตยกรรมยุคกลาง จตุรัสแห่งนี้ยังคงความสง่างาม และสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมในยุคสมัยศตวรรษที่ 14

แวะมหาวิหารแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt Cathedral)

ที่สุดแห่งดินแดนที่เหมือนสวรรค์ ที่นี่คือดินแดนยุโรปที่สวยงามมาก คุ้มค่ากับค่าตั๋วเครื่องบิน นั่นคือมหาวิหารแฟรงก์เฟิร์ต

โบสถ์เก่าแก่ ดูมีมนต์ขลังแต่ยังคงความงดงามทุกรายละเอียด นับว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองชื่อดังแห่งนี้ ทำให้คนหลั่งไหลมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก  ก่อนจะไปเที่ยวที่นี่ มาศึกษาประวัติศาสตร์ของที่นี่กันก่อน

มหาวิหารแฟรงก์เฟิร์ต เป็นสถานที่ที่ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน ช่วงระหว่างปี ค..1562 – ..1792 ซึ่งวิหารแห่งนี้มีชื่อแต่เดิมว่า มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบเยอรมันดั้งเดิม

 

ขับรถมาต่อกันที่เมืองบาด ฮอมบวร์ก (Bad Homburg) แวะจอดชมศาลาไทยแห่งแรกในยุโรป อยู่ที่สวนสาธารณะ kurpark ที่มีศาลาไทยอยู่ที่ยุโรปได้ ต้องย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เคยพักรักษาพระองค์อยู่ที่เมืองนี้ คนไทยอย่างพวกเราไม่ควรพลาด ไปแวะถ่ายรูปกับศาลาไทย ศาลาแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ มากกว่านั้น สวนนี้ ยังมีศาลาของประเทศอื่น ๆ อีก อย่างศาลากรีซ ศาลารัสเซีย

 

บอกลาเยอรมันนี ขับรถข้ามไปฝรั่งเศสกันต่อ

สถานที่แรกที่อยากแนะนำ คือ หมู่บ้านมรดกโลกซึ่งได้สมญานามว่าเป็นดินแดนไร่องุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองริค-เวีย (Riquewihr)

มาถึงจะตะลึ่งกับไร่องุ่นที่มีเต็มไปหมดหมด คนพื้นเมืองที่นี่ ยังอนุรักษ์ของท้องถิ่นอย่างการทำไวน์ ขนมต่างๆ จนทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวในที่สุด และยังการันตีความสวยด้วยการได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก

 

จบจากฝรั่งเศสขับมาต่อกันที่อิตาลี ล่องเรือชมความสวยงามของเมืองกอลมาร์

สุดยอดของความคลาสสิกศิลปะยุคกลาง รอบนี้เราจะไม่ไปเวนิช แต่จะไปหยุดที่เมืองเล็ก ๆ ที่มีมนต์เสน่ห์ไม่แพ้เมืองเวนิช นั่นก็คือเมืองกอลมาร์ (Colmar) อยู่ในแคว้นอาลซัส (Alsace) จึงได้ชื่อว่าเป็น Capitale des vins d’ Alsace” โดยประวัติคร่าวๆ ของเมืองกอลมาร์ เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับประเทศเยอรมนี ซึ่งเราอาจสังเกตเห็นได้จากสถาปัตยกรรมที่มีความคล้ายคลึงกับของเยอรมนี แถมยังคงสภาพดีไม่มีผุพังทั้งพิพิธภัณฑ์ ศาสนสถาน ห้องสมุด น้ำพุ รูปปั้น ร้านค้า บรรยากาศของที่นี่ดูอบอุ่นและแสนโรแมนจนเรียกได้ว่าเป็น Little Venice

 

สวิตเซอร์แลนด์ แวะกรุงเบิร์น มรดกโลก เมืองหลวงแห่งสวิตเซอร์แลนด์

เริ่มต้นกันที่หอนาฬิกา Zytglogge-Fuhrung ที่มีความเก่าแก่มาก มีมาตั้งแต่สมัยต้นศษวรรษที่ 13 ตั้งสูงตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองเก่า และอีกจุดแลนด์มาร์กที่ทำให้เห็นวิวเมืองหลวงของประเทศนี้ได้เกือบทั้งเมือง แถมยังมองเห็นแนวโค้งเว้าเสี้ยวพระจันทร์ของแม่น้ำ Aare รวมถึงหลังคาบ้านเรือนที่เรียงสลับไล่ความสูงกันไป นั่นคือจุดชมวิวบนสวนสาธารณะ Rose Garden มุ่งหน้าไปที่นี่และหยิบกล้องมาเก็บภาพพาโนรามา

 

จบแล้วสำหรับทริปลุยเชงเก้น เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการขับรถ ใครที่ใฝ่ฝันอยากจัด Road Trip สักครั้งในชีวิต เตรียมทำใบขับขี่สากล พร้อมหาเพื่อนร่วมทริป และไปลุยตามแลนด์มาร์กที่แนะนำนี้กันดู รับรองว่าคุ้ม สนุก เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำแน่นอน

บทความที่คุณอาจสนใจ

หนีร้อนไปหาทะเล กับ 10 ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก
ไขข้อสงสัย คำถามคาใจที่พบบ่อยกับประกันเดินทาง
ทำบัตรประชาชนหาย ชำรุด ลอก งอ เช็คอินขึ้นเครื่องบินได้ไหม ?
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊