ทำความรู้จัก Visa on Arrival คืออะไร มีที่ไหนบ้าง


การท่องเที่ยวโลกกว้างไปยังประเทศต่าง เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต อาจเป็นสิ่งที่หลาย คนใฝ่ฝัน และในปัจจุบัน หลาย ประเทศได้เปิดต้อนรับให้คนไทยได้ไปเยือนถิ่นโดยไม่ต้องทำการขอรับการตรวจตรา (Visa Free) รวม แล้วถึง 29 ประเทศเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถตรวจสอบรายชื่อประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของกรมการกงสุลได้เลยครับ

 

นอกจากประเทศที่ยกเว้นการขอวีซ่าแล้ว บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ายังมีอีกบางประเทศที่เราไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนเดินทาง หรือที่เรียกกันว่า ‘Visa on Arrival’ อย่าเพิ่งสับสนกันว่า แล้วจะไปขอตอนไหน แล้วตกลงต้องขอรึเปล่า วันนี้เราจะไขข้อสงสัยพร้อมทำความรู้จักกับสิ่งนี้กันให้มากขึ้นครับ

 

Visa on Arrival คืออะไร

เป็นชนิดวีซ่าที่ผู้ที่ถือพาสปอร์ตไทยสามารถขอวีซ่าประเภทนี้ได้เลย ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยไม่จำเป็นที่จะต้องขอรับการตรวจประทับตราล่วงหน้า (ไม่ต้องทำวีซ่าล่วงหน้านั่นเอง) และจะได้รับวีซ่าเข้าประเทศเมื่อเราเดินทางถึงยังประเทศจุดหมายปลายทางครับ ซึ่งจะได้รับตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น เลย

 

Visa on Arrival จะแตกต่างจาก Visa Free อย่างไร

- Visa Free จะเป็นการยกเว้นการตรวจตราก่อนเข้าประเทศจุดหมายปลายทางโดยมีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว พูดง่ายๆ คือ ผู้ที่ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเข้าประเทศทั้ง 29 ประเทศตามลิสต์ได้เลยโดยไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าอะไรก่อนเข้าประเทศครับ พอลงจากเครื่องบินก็สามารถเดินตรงดิ่งไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองได้เลย

- ส่วน Visa on Arrival ถือว่าเป็นการทำวีซ่าอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งต้องมีการขอก่อนที่จะเข้าไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง จำเป็นที่จะต้องขอก่อนจะไปยังจุดตรวจคนเข้าเมืองเสมอ

 

แต่ถึงอย่างไรการเข้าประเทศต่าง ล้วนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่หน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free) หรือประเทศที่สามารถขอ Visa on Arrival ได้ โดยส่วนใหญ่ ถ้าเรามีเอกสารการเดินทางครบถ้วน และมีจุดประสงค์เข้าประเทศชัดเจนตรงตามที่ได้ยื่นขอวีซ่าไว้ ก็จะได้รับการพิจารณาให้เข้าประเทศนั้น ได้

 

การขอ Visa on Arrival โดยเกือบทุกประเทศจะมีการคิดค่าธรรมเนียม แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับประเทศนั้น มาถึงตรงนี้แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่ามีประเทศไหนบ้างที่คนไทยสามารถขอ Visa on Arrival ได้

1. ประเทศฟิจิ สามารถพำนักได้ไม่เกิน 4 เดือน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
2. ประเทศจอร์แดน สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน มีค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าอยู่ที่ 40 ดีนาร์จอร์แดน
3. ประเทศคีร์กีซสถาน สามารถพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐ และ 1 เดือน มีค่าธรรมเนียมที่ 60 เหรียญสหรัฐ สำหรับหนังสือเดินทางธรรมดา
4. ประเทศเนปาล สามารถพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐ หากไม่เกิน 30 วัน มีค่าธรรมเนียมที่ 40 เหรียญสหรัฐ และไม่เกิน 90 วัน มีค่าธรรมเนียมที่ 100 เหรียญสหรัฐ
5. หมู่เกาะโซโลมอน สามารถพำนักได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
6. ประเทศติมอร์-เลสเต สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 30 เหรียญสหรัฐ

นับว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนไทยในการท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ขอให้นักเดินทางทุกคนตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของกรมการกงสุลให้แน่ใจอีกครั้ง (www.consular.go.th) ก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลการยกเว้นวีซ่า และ Visa on Arrival ของประเทศเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาครับ

 

 

(ข้อมูล วันที่ 19 เมษายน 2561)

บทความที่คุณอาจสนใจ

ไม่ชิมจะเสียใจ! 10 เมนูขึ้นชื่อของอิตาลี รสอร่อย สไตล์อิตาลีแท้ๆ
5 หมู่บ้านสไตล์ยุโรป  ทิวทัศน์สวยงาม ควรค่าแก่การไปเยือน
ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊