อายุรถยนต์เท่านี้ ทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมที่สุด?

อายุรถยนต์เท่านี้ ทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมที่สุด?

อย่างที่รู้กันว่า รถยนต์ กับ ประกันภัยรถยนต์ เป็นของคู่กัน เหมือนมือถือกับที่ชาร์จแบต หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ก็คงใช้งานไม่ได้ และแม้รถยนต์จะสามารถขับได้ปกติ โดยไม่ต้องมีประกันภัยรถยนต์ก็ได้ แต่ว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง มักมีค่าเสียหายมหาศาลเสมอ อย่างเล็กๆ น้อยๆ ก็น่าจะเฉียดหลักหมื่น จะดีกว่าไหม ถ้ารถยนต์ของคุณ มีประกันภัยรถยนต์ตลอดแบบไม่เคยขาด เพื่อดูแลรถยนต์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวไม่คาดฝันเมื่อใด ก็ยังอุ่นใจอยู่ดี ว่าแต่รถยนต์ของคุณมีอายุเท่าไหร่ ประกันภัยรถยนต์ที่ทำอยู่เหมาะสมแล้วหรือยัง หรือถ้าหากคิดว่ารถเก่ามากแล้วไม่ต้องทำประกันภัยก็ได้ ไม่มีเจ้าไหนรับทำแน่ๆ แบบนี้ใช่หรือเปล่า มาค้นหาคำตอบ เพื่อหาแผนประกันภัยรถยนต์ที่ตรงใจและเหมาะกับรถยนต์กันดีกว่า

 

ประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับอายุรถยนต์

1. ประกันภัยรถยนต์สำหรับรถใหม่ป้ายแดง อายุไม่ถึง 2 ปี

สำหรับรถยนต์ที่เพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูมได้ไม่ถึงปี หายห่วงเรื่องประกัน เพราะปีแรก รถยนต์ใหม่จะมีประกันภัยชั้น 1 ติดมาด้วยเสมอ หากซื้อด้วยการกู้สินเชื่อจากธนาคาร (ไฟแนนซ์รถยนต์)  แต่พอในปีถัดมาก็จะสามารถเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์ได้เอง ซึ่งสำหรับมือใหม่หัดขับ แนะนำให้ทำประกันภัยชั้น 1 ต่อ อีกสักปี เพราะน่าจะยังไม่คุ้นชินกับรถมากนัก อาจเกิดขับชนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้ หรือไม่ก็ลองเช็กประวัติและพฤติกรรมการขับรถของตนเองดูว่า เคยชน เคยเกิดอุบัติเหตุเล็กใหญ่บ่อยไหม เคยเคลมหรือเปล่า เนื่องจากค่าเบี้ยประกันจะมีการปรับเปลี่ยนตามนั่นเอง แต่ถ้ามั่นใจว่ารถยนต์คันนี้ไม่ค่อยได้เอาออกมาขับเลย อาทิตย์หนึ่งจะใช้ไม่กี่ครั้ง แถมไม่เคยมีประวัติชนมาก่อนเลย แนะนำให้ลองดูประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เพราะได้รับความคุ้มครองไม่ต่างจากประกันภัยชั้น 1 มากนัก โดยข้อแตกต่างมีเพียงไม่คุ้มครองความเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ฉะนั้นการชนเสา ชนรั้วบ้าน ชนฟุตปาธ ไม่รับเคลม ทำให้ประกันภัยชั้น 2+ มีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าประกันภัยชั้น 1 เป็นไหนๆ เริ่มต้นหลักพันเท่านั้น

 

2. ประกันภัยรถยนต์สำหรับคนที่ขับรถมาได้สักพัก อายุรถยนต์ประมาณ 3 - 5 ปี 

ระยะเวลา 3-5 ปี น่าจะสั่งสมประสบกาณ์ในการขับรถมากพอสมควร มากกว่านั้นอายุรถก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่รถใหม่ป้ายแดงเหมือนแต่ก่อน แต่ถ้าหากเป็นรถยนต์คันโปรดใช้ตลอด ขับทุกวัน และชอบออกต่างจังหวัดบ่อยๆ ยังแนะนำให้ทำประกันภัยชั้น 1 อยู่ดี เนื่องด้วยประกันภัยชั้นนี้คุ้มครองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเกิดเหตุแบบไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์เลย จอดอยู่บ้านให้ฝุ่นจับซะมากกว่า มากกว่านั้น บ้านยังไม่มีรั้วรอบขอบชิดมากนัก ถึงรถจะไม่ใหม่ แต่ก็ยังเป็นที่ต้องตาต้องใจของโจรอยู่ดี ทำให้ประกันภัยชั้น 2+ เหมาะสมกับคนที่เชี่ยวชาญในการขับรถและไม่ค่อยได้เอารถออกไปขับมากนัก แต่ยังห่วงรถอยู่ดี กลัวรถหาย ทำประกันภัยชั้นนี้ ตอบโจทย์อย่างมาก เนื่องจากคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้นั่นเอง

3. ประกันภัยรถยนต์สำหรับรถยนต์อายุเกิน  5 - 7 ปี

ช่วงอายุรถเท่านี้ ส่วนมากน่าจะผ่อนหมดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปีที่ 5  ยกเว้นเลือกแบบผ่อนนานๆ ถึง 7 ปี อายุุรถยนต์ประมาณนี้ เรียกว่าไม่เก่าเท่าไหร่ ยังใช้งานได้ดีอยู่ และสามารถนำไปขายเป็นรถมือสองได้อีกด้วย การเลือกทำประกันภัยจึงไม่ค่อยเหมาะกับประกันภัยชั้น 1 มากนัก แต่ถ้าไม่ติดเรื่องค่าเบี้ยประกัน ประกันภัยชั้น 1 ยังตอบโจทย์สำหรับรถทุกอายุอยู่ดี ถึงแม้จะมีอายุ 7 ปี บางบริษัทก็ยังมีแผนประกันสำหรับรถอายุเท่านี้อยู่ แต่หากรู้สึกว่าประกันภัยชั้น 1 ไม่จำเป็นเลย และมีความคิดอยากจะนำรถไปขายเป็นรถมือสอง อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้ทำประกันภัยชั้น 2+ ไว้ดีกว่า เนื่องจากคุ้มครองได้พอๆ กับชั้น 1 มีข้อดีที่ค่าเบี้ยที่ถูกกว่ามาก รถอายุเท่านี้แถมมีประกันภัยติดตัว เรียกว่าเป็นคนที่ดูแลรถได้ดี

4. ประกันภับรถยนต์สำหรับรถอายุ 7 ปี ขึ้นไป

เข้าข่ายรถยนต์ที่มีอายุ เรียกว่ารถเก่าวินเทจ หากยังขับได้แถมมีสภาพเครื่องที่ดีอยู่  การเลือกทำประกันภัยรถยนต์สำหรับรถยนต์อายุเท่านี้ แนะนำเป็นประกันภัยชั้น 3 หรือ 3+ แล้วแต่สะดวก โดยเลือกจากพฤติกรรม และความสามารถทางการเงินในการดูแลรถ หากเลือกประกันภัยชั้น 3 อย่างที่รู้กันว่าประกันภัยชั้นนี้จะคุ้มครองน้อยที่สุด โดยจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณีเท่านั้น แต่สำหรับประกันภัยชั้น 3+ ก็จะมีความพิเศษมากกว่า 3 ตรงที่มีความคุ้มครองมากกว่า โดยคุ้มครองไปถึงการชนแบบมีคู่กรณี ไม่ว่าเราจะถูกหรือผิดก็ตาม ประกันจะชดเชยค่าเสียหายให้ ทำให้รู้สึกเบาใจมากกว่า การขับรถที่ไม่มีประกันรถยนต์ติดตัวเลย

 

สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับคนที่อยากเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ทันที อยากรู้ว่ารถยนต์รุ่นนี้ ปีนี้ของเราจะมีบริษัทประกันไหนรับคุ้มครองบ้าง และแผนประกันที่เหมาะสม พร้อมค่าเบี้ยนั้นคือแผนไหน กดเลือกเปรียบเทียบและซื้อประกันภัยรถยนต์ได้ที่นี่ www.gettgo.com

บทความที่คุณอาจสนใจ

3 เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ซื้อประกันรถด้วยวิธีนี้ ลดราคาลงกว่าเดิมเกือบครึ่ง
ถอยรถชนรั้ว ขับชนเสาไฟฟ้า ต้องเคลมประกันยังไง เมื่อไร้คู่กรณี???
13 ลักษณะนิสัยในการขับรถ ที่บ่งบอกได้ว่าควรใช้ประกันชั้นไหนดี
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลดส่งตรงถึงอีเมลของคุณ


เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊