วิธีเปรียบเทียบประกันบน Gettgo เปรียบเทียบง่ายและคุ้มค่า

 ถูกที่ ถูกทาง ถูกแผน เปรียบเทียบประกันเดินทางอย่างไร ให้ตอบโจทย์ทุกทริป

จะรู้ได้อย่างไรว่าประกันเดินทางที่เลือกซื้อกันไปคุ้มค่าและตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด เวลาเลือกซื้อประกันเดินทางดูอะไรกันบ้าง ดูราคาอย่างเดียวรึเปล่า? หรือต้องดูความคุ้มครองด้วย เห็นคุ้มครองครบก็ซื้อเลย แบบนี้ดีแล้วใช่หรือเปล่า? คำถามเหล่านี้ใครตอบได้บ้าง gettgo จะเป็นคนไขคำตอบของคำถามเหล่านี้ให้กับทุกคน จะได้มีทริคในการเปรียบเทียบประกันเดินทางให้ตอบโจทย์การเดินทางในแต่ละทริปมากที่สุด

 

 

Step ที่ 1 เช็กแพลนเที่ยวให้ชัด ก่อนเปรียบเทียบประกันเดินทาง

จะทำอะไรต้องมีจุดหมายเสมอ เวลาไปเที่ยวก็ต้องมีแพลนที่ชัดเจน จะไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง ไปกี่วัน บางคนอาจเที่ยวระยะสั้น 3-5 วัน ท่องเที่ยวในแถบเอเชีย ไปสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง หรือบางคนอาจลุยไกลหน่อย ไปยุโรปยาวๆ สัก 7-14 วัน เมื่อรู้วันเวลา กิจกรรมที่จะทำชัดเจนแล้ว คราวนี้ก็รู้แล้วว่าเราเที่ยวแบบไหน บางคนอาจแค่ไปถ่ายรูป ทำบุญ ไหว้พระ หรืออาจจะไปปีนผา เดินป่า ล่องเรือ แต่ละคนมีจุดหมายที่ต่างกัน ทำให้การเปรียบเทียบประกันเดินทางควรดูการคุ้มครองที่ต่างกันนั้นเอง มากกว่านั้นระยะเวลาที่เดินทางท่องเที่ยวมีผลทำให้ค่าประกันเดินทางสูงต่ำอีกด้วย

 

 

Step ที่ 2 เช็กความคุ้มครอง จะไปเที่ยวสไตล์นี้ ควรโฟกัสความคุ้มครองแบบไหนมากกว่ากัน 

ก่อนที่จะเลือก เปรียบเทียบประกันเดินทาง สักแผนหนึ่ง เราควรที่จะให้ความสนใจกับความคุ้มครองเป็นหลัก เนื่องจากความคุ้มครองในแต่ละแผนประกันนั้นต่างกัน ทำให้เราต้องชั่งน้ำหนักว่าเราควรเน้นไปที่ความคุ้มครองประเภทใดมากกว่ากัน ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสไตล์การท่องเที่ยวของคุณในทริปนั้นๆ ด้วยเช่นกัน และความคุ้มครองที่เราควรดูหลักๆ เลยก็คือ

 

    1. ความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล

สำหรับคนที่รู้ตัวเองว่าเมื่อเจออากาศเปลี่ยน หรือหากทำกิจกรรมเยอะๆ พักผ่อนน้อยอย่างตอนไปเที่ยวแล้วร่างกายจะเริ่มออกอาการไม่สบาย หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิร่างกายตกบ่อย ควรโฟกัสที่ค่ารักษาบาลก่อนเลย เพราะหากเกิดไม่สบายขณะท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ คุณจะได้ไปพบแพทย์ได้โดยไม่ต้องกลัวค่ารักษาพยาบาลที่แพงเกินจำเป็น และหากทริปที่จะไปมีกิจกรรมผจญภัยเยอะ เช่น ไปปีนผา เดินป่า เล่นเซิร์ฟ ควรเลือกแผนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลมากหน่อยก็ดีไม่น้อยครับ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ

 

    1. ความคุ้มครองด้านทรัพย์สินส่วนบุคคล

การคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคล ถ้าจะให้พูดภาษาคนก็คือความคุ้มครองนี้จะดูแลเรื่องกระเป๋าเดินทางของเรา ไม่ว่าจะเป็นกรณีกระเป๋าเดินทางล่าช้า กระเป๋าเดินทางหาย ถูกขโมย อะไรก็แล้วแต่ ความคุ้มครองดูแลครบ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เวลาไปเที่ยวแล้วชอบขนสัมภาระที่มีมูลค่าแพ็กไปด้วย อย่างเช่น เสื้อแบรนด์เนมตัวเก่งราคา รองเท้าคู่โปรดรุ่นฮิต หากหายไปจริงๆ มีใจหายได้เหมือนกัน ซึ่งความคุ้มครองนี้จะเข้ามาเคลมให้คุณ ช่วยจ่ายค่าเสียหายให้ หรือหากแค่กระเป๋าเดินทางล่าช้า แต่ทริปยังไงก็ต้องเดินต่อไป จะมาให้มานั่งรอกระเป๋าเดินทางก็หมดสนุกกันพอดี คุณก็สามารถไปซื้อเสื้อผ้า ของที่จำเป็นใช้ก่อนแล้วค่อยมาเบิกเงินคืนทีหลัง ก็อุ่นใจไปอีกแบบ

 

    1. ความคุ้มครองเที่ยวบินล่าช้าหรือการยกเลิกการเดินทาง

ข้อนี้เป็นความคุ้มครองที่ช่วยคุ้มครองเรื่องที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ คาดการณ์ไม่ได้ เพราะต่อให้เราตรงต่อเวลาแค่ไหน แต่เที่ยวบินไม่ตรงต่อเวลาตาม ก็ทำให้เราชะงักหยุดติดอยู่ที่สนามบินจนทำให้แผนที่วางไว้ต้องเลื่อนก็เป็นได้ การเลือกความคุ้มครองเรื่องเที่ยวบินดีเลย์หรือแคนเซิลไฟล์ทนี้จะช่วยได้ในเรื่องการดูแลค่าที่พักและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ใครที่ชอบซื้อตั๋วถูกๆ หน่อย สายการบินมีประวัติดีเลย์บ่อยสุด คู่ควรกับการเทน้ำหนักไปที่ความคุ้มครองนี้มากๆ เนื่องจากความคุ้มครองนี้ดูแลครบไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยทางสภาพอากาศหรืออะไรก็ตาม

 

ความคุ้มครองที่อาจมีเพิ่มเติม ซึ่งแล้วแต่แผนที่เราเลือก หนึ่งในนั้นคือความคุ้มครองด้านบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หากพบปัญหาขณะเดินทางที่คิดว่าประกันเดินทางสามารถช่วยได้ ให้โทรเข้าสายด่วนของประกันที่ซื้อไว้ได้เลย ช่วยได้แน่นอน

 

 

 Step ที่ 3 ทุนประกัน และ เบี้ยประกัน

2 สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในการเปรียบเทียบประกันเดินทาง 

รู้ความคุ้มครองที่ต้องการแล้ว ก็มาถึงเรื่องทุนประกันและเบี้ยประกัน อีก 2 สิ่งที่ต้องใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันในแต่ละแผน

    1. ทุนประกัน อันนี้คือจำนวนเงินที่ประกันจะคุ้มครองเรานั่นเอง ซึ่งในแต่ละแผนประกันที่เลือกจะมีทุนประกันต่างกันไป บางแผนทุนประกันด้านค่ารักษาพยาบาลอาจสูง หรืออาจต่ำแล้วเททุนประกันไปที่ความคุ้มครองด้านอื่นแทน ซึ่งทั้งนี้การเลือกทุนประกันในแต่ละความคุ้มครองขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับความคุ้มครองไหนมากกว่ากัน บางอันทุนประกันอาจเป็นหลักล้าน หรือหลักหมื่นก็ได้

    2. เบี้ยประกัน นี่คือสิ่งที่เราต้องจ่ายเมื่อซื้อประกันเดินทางนั่นเอง ซึ่งเบี้ยประกันนั้นจะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก และระยะเวลาที่เราเดินทาง หากเดินทางระยะสั้นไม่กี่วัน เบี้ยก็อาจถูกหน่อย หรือเดินทางนานหลายวันก็อาจแพงขึ้น แต่ไม่ต้องห่วงไป เดี๋ยวนี้มีโปรโมชัน เปรียบเทียบประกันเดินทางเสร็จได้แผนประกันที่ถูกใจ ก็ชวนเพื่อนๆ ทริปเดียวกันมาซื้อด้วย ที่ gettgo เรามีส่วนลดให้สำหรับคนที่ซื้อพร้อมกันทั้งกลุ่มด้วย สำหรับกลุ่ม 2-4 คนขึ้นไป รับส่วนสดเพิ่ม 5% และซื้อพร้อมกัน 5 คนขึ้นไป รับส่วนลด 10% คลิก เปรียบเทียบประกันได้ที่นี่

 

ทิ้งท้ายสำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆ มีแพลนเต็มปฏิทินทั้งปี แนะนำเลือกประกันเดินทางแบบรายปี จะคุ้มค่าที่สุด มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อประกันเดินทาง ถาม gettgo ได้ เราพร้อมช่วยเหลือให้คุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในราคาสุดคุ้ม

ดูความคุ้มครองตอนเปรียบเทียบประกันเดินทาง

Step 4 เปรียบเทียบประกันเดินทางแบบหมัดต่อหมัด! เมื่อมีแผนใช่มากกว่าหนึ่ง

หากมีหลายกรมธรรม์ที่ตรงเกณฑ์ความต้องการของคุณใน Step 2 และ 3 gettgo มีฟีเจอร์พิเศษที่ช่วยให้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้ง่ายขึ้น

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
เลือกประกันเดินทางอย่างไรให้คุ้มเงิน
สัมผัสฮ่องกงสไตล์แบ็คแพ็คเกอร์
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลด
ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊