สายแค่ไหนถึงเรียกว่าสายเกิน.. ข้อควรรู้ก่อนซื้อประกันเดินทาง!

เคยมั๊ย? วางแผนการเดินทางมาอย่างดี อ่านรีวิวของบล็อกเกอร์จากทุกสำนักจนจำขึ้นใจ เตรียมพร้อมทุกอย่างตั้งแต่วันลา ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แผนการเดินทาง ไปจนถึงเสื้อผ้าหน้าผม นั่งขีดฆ่าปฏิทินนับถอยหลังพร้อมกับฮัมเพลงเบา ด้วยความฟินระดับสิบ แต่!!! ดันมาตกม้าตายเพราะลืมซื้อประกันเดินทาง ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเราคงไม่ซวยขนาดนั้น (มั้ง) แต่ใครจะรู้อนาคตล่วงหน้าใช่มั๊ยล่ะครับ ยิ่งจะห้ามไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วยหรืออุบัติเหตุ ก็ออกจะเกินกำลังความสามารถของมนุษย์อย่างเราไปมากโข เพราะฉะนั้นเพื่อความไม่ประมาท ไปดูกันดีกว่า ว่าเราควรซื้อประกันเดินทางตอนไหนดีถึงจะไม่สายเกินไป

 

 

เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ที่กำหนดให้ต้องซื้อประกันเดินทางแล้วล่ะก็ คนส่วนมากก็คงจะไม่ค่อยนึกถึงหรือให้ความสำคัญกับประกันเดินทางสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าไปเพียงไม่กี่วันจึงรู้สึกเสียดายเงิน แต่ปัจจุบันจากข่าวและเรื่องเล่าออนไลน์ต่าง เกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการสื่อสาร และค่ารักษามหาโหด เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันในต่างประเทศ รวมไปถึงเครื่องบินดีเลย์หรือยกเลิกกะทันหัน กระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินส่วนตัวล่าช้าหรือสูญหาย ฯลฯ ทำให้นักเดินทางในบ้านเราต่างตื่นตัวเรื่องการซื้อประกันเดินทางเพิ่มขึ้น อีกทั้งราคาของเบี้ยประกันก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นเพียงแค่หลักร้อยแต่คุ้มครองหลักแสน มากไปกว่านั้นคือบริษัทประกันเดินทางไม่เพียงจะช่วยเรื่องค่าเสียหายและโอกาสเมื่อเที่ยวบินดีเลย์ กระเป๋าล่าช้า ทรัพย์สินสูญหาย แต่ยังจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือศพ ฯลฯ

 

 

อย่ารอ.. จนถึงวินาทีสุดท้าย ซื้อไว อุ่นใจกว่า

 

เดี๋ยวนี้การซื้อประกันเดินทางด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยซื้อประกันเดินทางมาก่อนในชีวิต ก็สามารถดำเนินการได้ง่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยประกันเดินทางจะเริ่มต้นคุ้มครองตั้งแต่เราก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินจนถึงเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย มีทั้งประกันแบบรายเที่ยวและรายปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ (แต่มีข้อแม้ว่าจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง) หากเรามีกำหนดวันเดินทางที่แน่นอนก็สามารถซื้อประกันเดินทางได้ทันที แต่หากเป็นการเดินทางที่กะทันหัน ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า หรือยังตัดสินใจเลือกบริษัทประกันไม่ได้ ยังสามารถซื้อประกันเดินทางได้ช้าสุดก่อนวันเดินทาง 1 วัน หรือในบางบริษัทมีเวลาให้จนถึง 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง แต่ผมก็ไม่ค่อยแนะนำครับ เพราะเวลาเพียง 2 ชั่วโมงค่อนข้างจะฉุกละหุกเกินไป แถมไม่ใช่ทุกรายและทุกแผนประกันจะสามารถรองรับคำร้องขอซื้อในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้ด้วย ดังนั้น วางแผนและซื้อล่วงหน้าจะเซฟที่สุดครับ

 

แต่สำหรับใครที่ต้องการขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เพื่อเดินทางไปหลายประเทศในแถบยุโรป อาจจะต้องเผื่อเวลาในการซื้อประกันเดินทางล่วงหน้าสักหน่อย เพราะในการยื่นขอวีซ่าเชงเก้นจำเป็นต้องยื่นประกันเดินทางแนบไปด้วย ซึ่งสามารถขอวีซ่าได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน แต่ควรยื่นขอก่อนอย่างน้อย 15 วันก่อนวันเดินทาง (เผื่อในกรณีที่มีการพิจารณาล่าช้า)

 

 

สำหรับคนที่กำลังวางแผนเดินทางแล้วถามว่า จะซื้อประกันเดินทางตอนไหนถึงจะดีที่สุด? คำตอบคือ ตอนไหนก็ได้ครับ แค่อย่าให้เกินเวลาที่แต่ละบริษัทกำหนด ซึ่งผมขอแนะนำว่า ยิ่งซื้อไว ยิ่งได้เปรียบไม่ใช่เพียงแค่ความอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวทำงานเพลินหรือมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมเท่านั้น แต่การวางแผนซื้อประกันเดินทางแต่เนิ่น ยังช่วยให้เราได้มีเวลาพิจารณาเปรียบเทียบกรมธรรม์และข้อเสนอที่ดีที่สุดของแต่ละบริษัท เพื่อให้ได้แผนประกันที่เหมาะกับแผนการเดินทางที่วางไว้ เพราะแต่ละบริษัทก็จะมีการคุ้มครองและเงื่อนไขที่ต่างกันออกไป ทางที่ดีควรพิจารณาอย่างรอบด้านและอ่านรายละเอียดต่าง ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าอ่านเองยังงง การเผื่อเวลาซื้อประกันเดินทางก่อนวินาทีสุดท้ายอย่างน้อยสัก 1 วัน ก็ทำให้เรามีเวลาในการหาข้อมูลและเปรียบเทียบแผนการคุ้มครอง เบี้ยประกัน และเงื่อนไขของบริษัทประกันแต่ละแห่งจากคนรอบข้าง เว็บไซต์ต่าง หรือจะโทรไปขอคำปรึกษาและรายละเอียดเพิ่มเติมจากบริษัทประกันโดยตรงเลยก็จะทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นครับ

 

 

การเดินทางถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข คงไม่มีใครอยากเจอกับสถานการณ์แย่ ให้ทริปสะดุด แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะเตรียมตัวดีแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสที่จะเจอเรื่องราวไม่คาดฝันอยู่เสมอ ดังนั้น ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยการซื้อประกันการเดินทางไว้ ก็จะทำให้เรารู้สึกอุ่นใจตลอดการเดินทาง เหมือนมีเพื่อนแท้คอยเคียงข้าง 24 ชม. เพื่อน คนไหนที่กำลังจะเดินทางอย่ามัวลังเลหรือชะล่าใจนะครับ เพื่อความชัวร์ ควรเริ่มมองหาและซื้อประกันเดินทางตั้งแต่เนิ่น จะได้ไม่ต้องมานั่งกุมขมับเสียใจทีหลังหากเกิด เรื่องราวร้าย ในต่างแดน

บทความที่คุณอาจสนใจ

ซื้อไว้ ไร้กังวล 5 ข้อดีของประกันเดินการทางที่คุณควรรู้
เลือกประกันเดินทางอย่างไรให้คุ้มเงิน
สัมผัสฮ่องกงสไตล์แบ็คแพ็คเกอร์
ความคุ้มครอง ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ประกันชั้น 3+ ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
รถชน(ไม่มีคู่กรณี)
รถชน(มีคู่กรณี)
ค่ารักษาพยาบาล
รถยนต์สูญหาย
ไฟไหม้
น้ำท่วม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร

อัพเดทข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นส่วนลด
ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

เข้าสู่ระบบ

หากยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ กรุณา สมัครสมาชิก

 

สมัครสมาชิก

หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วกรุณา ลงชื่อเข้าใช้งาน

Loading..

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่ค่ะ 😊